Tel: 02-6190044, 086-3201990
Tel: 02-6190044, 086-3201990

น้องใบไม้ กานติมา

9309 Baimai Kalahari Resort OH (10)
น้องใบไม้ กานติมา (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
Kalahari Resort & Conventions, Sandusky, Ohio
Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีทุกคนนนนที่เข้ามาอ่านแชร์ประสบการณ์การไป WAT ครั้งแรกของเรา

ก่อนอื่นเลยที่เราเลือกตัดสินใจมากับเอเจนซี่ American Learning เพราะว่าเพื่อนๆตอนมหาลัยในสาขาเราหลายคนเคยไปกับเอเจนซี่นี้แล้วก็แนะนำมา เราเลยวางใจมากๆๆ แล้วพี่ๆทุกคนก็ให้การช่วยเหลืออย่างดี จำชื่อน้องๆได้กันเกือบหมด ทักไปถามตอนไหนก็ได้555 อย่างที่บอกไปว่ามันเป็นครั้งแรกแน่นอนว่าตื่นเต้นมาก ตั้งแต่วันที่เลือกงาน สัมภาษณ์งาน จนถึงวันจะไป เราเฝ้านับวันรอถอยหลังตลอด

อยากไปมากๆๆ เพราะว่าเราอยากฝึกภาษา ไปเจออะไรใหม่ๆ ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ ซึ่งสิ่งที่เราเลือกมั่นใจมากว่าทำงานที่ไทยแบบนี้ไม่ได้ และแน่นอนเลือกไม่ผิด มันคุ้มค่ามากๆ

Lifeguard, Kalahari Resort, Ohio เป็นงานของเราที่ไปทำที่นู่น ขอเล่าย้อนไปตั้งแต่ก่อนโพรเซสแรกๆคือสัมภาษณ์งานที่ไทย ต้องทดสอบว่ายน้ำด้วยนะ ประมาน 50 เมตรไป-กลับ

ถ้าใครว่ายน้ำได้เราว่าก็ไม่ยากอย่างที่คิด หลังจากนั้นพอมาถึงที่โอไฮโอ ก็จะมีการอบรมฝึกทดสอบก่อนว่าเราจะทำงานในระดับ shallow หรือ deep ก็คือเป็นการ์ดน้ำตื้น หรือน้ำลึก (คนที่ว่ายน้ำเก่งๆ) ซึ่งเราเป็นแค่ shallow ได้เรทประมาน $10.50 / hr. มี OT ด้วยนะเรทประมาณ $15.75

ถ้าใครมาทำนะ เราอยากแนะนำให้ช่วงแรกๆๆรีบกอบโกยไว้ก่อน จะเก็บชั่วโมงได้เยอะมาก ทำ 2 ชิพเลยก็ได้ เพราะพอช่วงหลังๆ จะมีเพื่อน J1 ชาติอื่นๆมาอีกเยอะแล้วจะโดนลดชั่วโมง แต่ถึงจะโดนลด เราก็สามารถไปลงชื่อขอทำงานอื่นในรีสอร์ทได้ หรือไปหางานสองก็ได้ แต่เราเลือกที่จะทำของรีสอร์ทบ้าง มีทั้ง laundry กับ banquet ส่วนใหญ่เราทำ banquet เพราะจะได้ทิปเยอะ ส่วน laundry ลงไม่เคยทัน55555 มันเป็นอะไรที่ได้ฝึกเรียนรู้ลองทำไรใหม่มากๆ สนุกจริงๆ

ขอย้อนกลับไปที่ไลฟ์การ์ด เพื่อนๆน่าจะอยากรู้การทำงานของมัน บอกเลยว่าเหนื่อยมากช่วงแรกๆเราคือแบบมาทำอะไรที่นี่ แต่พอชินแล้วเรากลับชอบนะ รู้สึกสนุกจนใกล้กลับก็ไม่อยากกลับเลยจริงๆ ในสวนน้ำมันจะมีประมาน 4 โซนใน indoor และมี outdoor ด้วย (ตอนร้อนก็ร้อนมาก หนาวก็ตัวแข็ง)

ซึ่งในแต่ละโซนก็จะมีหลายตำแหน่งให้สลับไปเรื่อยๆจนหมดชั่วโมงทำงาน แต่ละตำแหน่งก็ทำหน้าที่ต่างกัน ให้ลองนึกภาพถึงฐานเวลาเข้าค่ายอะ5555 เราก็ต้องทำหน้าที่แต่ละฐาน ดูแขกเฉยๆในน้ำบ้าง หรือที่สนุกๆและเหนื่อยก็คือปล่อยแขกลงสไลเดอร์ท่อใหญ่ๆ เอนเตอร์เทนกับแขกไรแบบนี้

แล้วที่นี่มี flow rider ด้วยนะเราไม่ได้เทรน แต่ว่าได้ลองเล่นบ้างสนุกอะ อยู่ไทยคงไม่มีโอกาสได้เล่น แนะนำเลย ส่วนเรื่องภาษาถามว่าได้ใช้ไหม เราว่าได้ใช้ตลอดเลย บางทีแขกก็ชวนคุย ชวนถามหรือไม่เราก็ต้องเตือนแขก อธิบายกฎการเล่นให้แขก

ที่สำคัญได้คุยกับเพื่อนร่วมงานตลอด อาศัยทำงานกันเป็นทีม รวมถึงเมเนเจอร์ก็คุยเล่นได้หมด ทุกคนเฟรนลี่หมด น่ารักมากๆๆ และขอคอนเฟิร์มจากรุ่นก่อนๆที่บอกว่างานดี ตอบเลยว่าจริงค่า 55555

เราชอบบรรยากาศที่ทำงานมากเลยนะ บางทีเปิดเพลงสนุกๆ ทั้งแขกทั้งสตาฟก็คือเต้นกันเฮฮาอะ แต่การทำงานก็เหนื่อยจริงๆๆ แต่คุ้ม!!!

อ้อ เราลืมเล่าแน่นอนว่าทำงานไลฟ์การ์ดต้องดูแลความปลอดภัยของแขก ก็มีบ้างที่ต้องช่วยแขกจมน้ำ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะมีการเทรนตลอดเรื่องความปลอดภัย(ได้ชม.เพิ่มด้วย) เราไม่ได้เจอเหตุการณ์หนักๆมากกับแขก อาจจะเคยมีลื่นสไลด์ลงมากับทูปบ้างแต่มันไม่ได้น่ากลัวนะ แล้วก็ช่วยเพื่อนร่วมงานตอนทำงานเพราะอากาศร้อนเกินแล้วชักไป ถือว่าได้ใช้ในสิ่งที่เทรนมาช่วยเหลือจริงๆอะ แต่น้อยเคสที่จะเจอนะไม่ต้องห่วง บางคนก็ไม่เคยเจอเลย

ถือเป็นประสบการณ์ดีๆ

Baimai_WorkandTravel_2019_4

HOUSE & Co-worker ขอรวมพูดทีเดียวละกัน เพราะว่าบ้านที่เราพักเป็นสไตล์หออะ อยู่รวมกันหลายชาติเด็ก J1 นั่นทำให้ได้มีเพื่อนเยอะมากๆ เพราะที่นี่เขาจะมีส่วนกลางให้ ห้องครัวให้ เวลาลงไปทำข้าวกินก็จะได้เจอหลากหลายทักทายกันคุยกัน แชร์อาหารกัน 

เคยมีเพื่อนโคลัมเบียไปตกปลามาก็เอามาทอดแบ่งให้กินตัวนึงประทับใจมาก ที่พักค่อนข้างดีเลย อาจจะไม่ได้สะอาดมากเพราะส่วนกลางคนใช้เยอะ แต่ถือว่าโอเคเลย ห้องนอนก็อยู่ 4 คน ที่พักก็เดินไปทำงานได้นะประมาน 20 นาทีได้ถ้าแบบชิวๆ แต่มีจักรยานก็ดีเหมือนกัน 

เพื่อนๆไม่ต้องห่วงที่นี่มีรสบัสประจำทางถึงที่ทำงานเลย ไม่ลำบากอะไรที่สำคัญใครนักช้อป ไม่ต้องห่วงค่า ห้างมี เราชอบมากตรงที่สามารถเดินไป walmart dollar tree ต่างๆได้ ใกล้กว่าทางไปสวนน้ำอีก55555 มีที่ให้เดินเล่นเยอะ บรรยากาศรอบข้างดีมาก ใครมาทำงานที่นี่อย่าลืมไป dollar tree นะ ทุกชิ้น $1 เราชอบไปเดินจับจ่ายมาก 

ส่วนของกินก็เยอะนะ บุฟเฟ่ก็มี มีอาหารเอเชี่ยนขายด้วยอร่อย ส่วนเพื่อนร่วมงานพอสนิทกันแล้วการทำงานจะสนุกขึ้นมาก แล้วที่นี่ต่อให้เราเดินกลับ ถ้าคนที่ทำงานเจอระหว่างทางเขาก็รับไปส่งที่บ้านพักบ่อยมาก คนที่เมืองนี้ใจดีจริงๆ เจอกันรู้จักไม่รู้จักก็ทักทายกัน พูดคุยกันได้หมด 

อ๋อและที่ทำงานบางวันก็เลี้ยงพิซซ่าด้วยนะประทับใจสุดคือพิซซ่าคาราฮารี อร่อยอย่าบอกใครเลย อีกเรื่องที่เราประทับใจคือคุณลุงคนขับรถบัส ที่ช่วยเราพาไปถึงที่พัก ไปที่ทำงานวันแรกโดยไม่คิดเงินเลยแถมยังพาทัวร์ อธิบายเมืองคร่าวด้วยๆ เพราะก่อนเราไปถึงเมืองเราไปแวะที่ชิคาโก้ก่อน แล้วนั่ง Amtrak มาซึ่งมาถึงเช้ามืด หาแท็กซี่ไม่ได้เลยทำให้นั่งจ๋องอยู่ที่สถานี ไม่กล้าไปไหนเพราะกลัวโดนหลอก โดนโกง แต่เจอคุณลุงรถบัสลงมาถามไถ่แล้วช่วยเหลือหมด ประทับใจมาก

Travel เรื่องสุดท้ายเรื่องเที่ยวนอกเหนือจากแพลนที่เราวางไว้ จริงๆระหว่างทำงานเราก็ไปเที่ยวมา เป็นสวนสนุก cedar point สนุกมากไปเที่ยวกับเพื่อนคนไทยและต่างชาติ แล้วที่เมืองจะมีอัพเดตในเมลตลอดว่ามีกิจกรรมอะไรมาเชิญไปเข้าร่วม เราก็สามารถไปจอยได้ถ้าเป็นวันเดย์ออฟ ไม่ต้องกลัวจะเหงาเลย 

ส่วนตามแพลนหลังทำงานจบเราก็ไปเที่ยวนิวยอร์ก และก็ข้ามไปฝั่ง LA เที่ยวสามเมืองแต่ไปกับทัวร์แทน ก็ได้ไปอีกบรรยากาศ แล้วจบด้วยแวะโอซาก้า บอกได้คำเดียวว่าใช้ระยะเวลาได้เต็มแม็กซ์มาก55555555

เอาล่ะ!! เดินทางมาถึงตอนจบขอสรุปว่าเราได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากที่นี่เยอะมาก ไม่เสียดายอะไรเลย รู้สึกคุ้มค่าและตัดสินใจถูก ได้ประสบการณ์เยอะ ได้เพื่อนกลับมาทั้งคนไทยต่างชาติ สิ่งที่เราคิดเสียดายแล้วคุยกับเพื่อนคือ เสียดายที่มาเอาปีสุดท้ายตอนเรียนจบ เพราะไม่มีโอกาสจะไปได้อีกแล้ว แค่มาเล่าให้เพื่อนๆฟังก็คิดถึงเลย คิดถึงบรรยากาศตอนอยู่ที่นู่นมาก อยากแนะนำให้ไปลองเรียนรู้กัน ถ้าใครสนใจอยากรู้เพิ่มเติมในงานนี้ เมืองนี้ทักมาคุยกันใน facebook ได้เลยน้า เรายินดีให้คำแนะนำๆ 

ขอให้เพื่อนๆสนุกในการไป Work and Travel กันน้า

Facebooktwittermail

น้องพี ภวัต

น้องพี ภวัต ( มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ) Schlitterbahn Water park, Galveston, TX Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีครับวันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ไป Work and Travel ที่ USA กับ American Learning นะครับ ขอเริ่มจากแนะนำตัวก่อนนะครับผมชื่อ พี ครับเลือกที่จะไป รัฐ Texas เมือง Galveston ไปกับเพื่อนๆ ที่คณะ 2 คนครับ มี ภูมิ กับ กาย พวกผมไม่มีประสบการณ์ทำงานจริงๆ เลย แต่แค่อยากจะไปสนุกกับเพื่อนๆไปเก็บความทรงจำดีๆ เพราะถ้าพูดถึงไป Work and Travel ส่วนมากก็ต้องเป็นประเทศอเมริกาอยู่แล้วเนอะ อันนี้จะเล่าแบบไม่ละเอียดมากนะครับแค่จะเล่าความรู้สึกที่พวกผมได้ บวกกับสิ่งสนุกๆ ที่เจอที่อเมริกานะครับ..

เริ่มจากวันแรก เลยบินไปลงสนามบินใน Texas นั่งรถประมานรถตู้ใหญ่ๆ (Shuttle Bus) นะครับจองตั๋วตั้งแต่ประเทศไทยเลย
เราเลือก Destination ได้เลย ว่าจะให้เค้าไปส่งที่ไหนครับไม่ยากครับก็เปิดใบเสร็จให้คนขับดูตอนขึ้นรถเค้าก็ขับๆเรื่อยๆครับ ดูบ้านเมืองเค้า คุยกับคนขับนิดหน่อยครับสนุกดี สองสามวันแรกผมยังไม่ได้ทำงานนะครับอยู่บ้านกับเพื่อนรวมกันประมาน 5 คนครับตอนนั้นบ้านรับได้ 12 คน ครับ อบอุ่นดีเพื่อนๆ ทุกคนเป็นมิตรมากครับช่วยๆ กันแนะนำใครมาถึงก่อนก็แนะนำพาไป Walmart บ้างพาไป เดินเล่นทะเลอะไรประมานนี้ครับ

Pawat_Schlit_01

ช่วงที่ไปถึงแรกๆ เหมือนกันไปสำรวจเมืองมากกว่าเมืองที่ผมไปเป็นเมืองเกาะเล็กๆครับคนไม่เยอะมากมีหลายสัญชาติครับแต่ไม่ค่อยมีคนเหยียดนะครับชาวเมืองส่วนมากเป็นมิตรกับเด็กไทยมากครับ พออยู่ไปประมานวันที่ 4 เป็น วันที่ต้องไปทำงานวันแรกและพวกผมก็ปั่นจักรยานกันไปครับ 3 คนไม่ไกลมากครับประมาน 2 กิโลจากบ้านปั่นไปชิวๆ ตอนเช้าอาจจะร้อนหน่อยแต่ตอนเย็นปั่นกลับเย็นสบายมากครับแวะซื้อของซื้อของกินก่อนกลับบ้านสบายเลยครับ มาต่อกันเลยทำงานวันแรกพวกผมก็ค่อนข้างเป็นกังวลนะครับภาษาก็ไม่แข็งมากแต่ก็สื่อการได้ วันแรกหัวหน้าที่เป็นคนคอยสอนคอยจัดการเด็กแลกเปลี่ยนก็พาไปดู สถานที่ทำงานต่างๆ 

พวกผมทำงานในสวนน้ำนะครับ Schlitterbahn Galveston Texas เป็นสวนน้ำขนาดกลางๆ ครับวันแรกเลยพอเค้าพาเดินให้เราจำสถานที่ต่างๆเสร็จปั้ปเค้าแยกพวกผมจากกันเลย 3 คนก็ซวยสิครับงานนี้ผมก็กังวลนิดหน่อยแรกๆไม่กล้าคุยกับเพื่อนร่วมงานมากนักครับส่วนมากก็มีแต่คนอายุเท่าๆกันครับมีตั้งแต่เด็กมปลายมาทำงานหาเงิินไปจนถึงเด็กมหาลัยครับไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ วันแรกเลยผมโดนสุ่มไปทำงานร้านขาย Burger ครับไปถึงก็เป็นพื้นที่เล็กๆมีพนักงานประมาน 5 คน หัวหน้า 1 แคชเชีย 1 พนักงาน 3 เพื่อนต่างชาติก็พูดดีสอนดีครับตั้งทอดเนื้ออย่างงี้นะใส่ผักอันนี้กี่ชิ้นๆ ก็ว่ากันไปดูๆไปวันแรกยังไม่ได้ทำอะไรมากครับศึกษาไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปๆ ผมเริ่มสนิทกับคนที่ทำงานมากขึ้นทำงานได้ดีขึ้นเหนื่อยบ้างท้อบ้างแต่ไม่เป็นไรครับประสบการณ์ซักครั้งในชีวิตโดยปกติแล้วเราจะได้สุ่มสถานที่ทำงานทุกๆวันครับมีประมาน 10 ที่ มีร้านขนมหวาน พิซซ่า เบอเก้อ น้ำ อะไรพวกนี้ครับ แต่ผมติดใจที่จะอยู่กับร้านขายเบอเก้อนี้ครับเพราะหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานตลกและคุยกันถูกคอครับ แรกๆ อาจจะขี้เกียจไปทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์บ้างเพราะร่างกายมันยังไม่ชินครับเพราะอยู่ไทยนอนทั้งวันพอได้ทำงานจริงๆก็ปวดเมื่อยเป็นปกติครับพอ Paycheck แรกออกก็เออแม่งได้เงินเยอะดีวะ ขนาดทำไม่ค่อยเยอะหลังจากนั้นพยายามไปเช้าครับทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์พักวันเดียวพอช่วงนั้นเป็นหน้าร้อนเด็กๆปิดเทอมครับลูกค้าเยอะโคตรๆทำงานไม่ได้พักเลยครับแต่มันมีความสุขนะครับ ลูกค้าเยอะยอดเยอะ

วันอาทิตย์เค้าจะมาประกาศว่าเออร้านไหนทำงานได้ยอดขายเยอะสุดก็จะได้เป็นบัตร Starbucks บ้าง บัตร Apple Store บ้างครับ
ไม่เยอะมากแต่มันรู้สึกเหมือนชนะ เอ่อผมลืมบอกไปว่าผมขอหัวหน้าที่คอยส่งพนักงานไปร้านต่างๆเป็นการส่วนตัวว่าผมขอทำงาน

ร้าน Burger ตลอดได้มั้ย เพราะชอบบรรยากาศกับเพื่อนร่วมงาน เวลาผ่านไป.. เรา Enjoy ชีวิตทำงานมากครับ เพื่อนต่างชาติบางคนมีรถก็พาเราไปกินเบียร์บ้างไปเล่นเกมเดินทะเลช้อปปิ้งบ้าง เพื่อนๆดีกันมากเลยครับ มีอยู่ช่วงนึงประมานเข้าเดือนที่ 2 ผมเริ่มทำความรู้สึกกับเพื่อนชาติอื่นมากขึ้น มี รัชเซีย จีน โคลัมเบีย ทุกคนดีกันมากครับกลายเป็นมีเพื่อนเยอะมากปารตี้กันกระจายกินเบียเพื่อนเอา Xbox มาบ้านสนุกกันมากๆครับ พอทำงานไปเรื่อยๆปั้ปเด็กๆที่นู้นเริ่มเปิดเทอมกันแล้วครับลูกค้าน้อยลงหัวหน้าที่ร้าน Burger ผมไม่ค่อยมาทำงานด้วยที่การที่ผมทำงานอยู่ร้านเดิมตลอดหัวหน้าใหญ่มาเสนอว่าเออคุณอยากลองเป็น Leader คุมร้านมั้ยเพราะคนขาดจากเดิมผมเป็น Food Staff นะครับได้ $7.5/hour แต่ Leaderได้ $10/hour ผมก็ลองทำๆดูครับผ่านไป 2 สัปดาห์ หัวหน้าก็ยอมเลื่อนขั้นให้เปลี่ยนสีเสื้อกลายเป็นว่าผมคุมร้านต้องดูแลรับผิดชอบอะไรต่างๆในร้านทั้งหมด เช่น การสต้อกของในวันต่อไป ดูแลวัตถุดิบ คอยจัดการกับลูกค้าที่ไม่พอใจ 

เวลาผ่านๆไปนะครับภาษาอังกฤษดีขึ้นอย่างชัดเจนเพราะโดนแยกกับเพื่อนคนไทยพูดอังกฤษทั้งวัน เข้าเดือนสุดท้ายครับเป็นเวลาที่พวกผมเริ่มจะมีเวลาน้อยแล้วในที่ทำงาน เวลาเราผูกพันธ์กับเพื่อนๆมากๆพอเวลาน้อยลงทุกทีเราก็เสียใจเป็นธรรมดาอะเนอะ ผมเริ่มที่จะทำงานได้น้อยลงเพราะไม่มีลูกค้าบริษัทอยากให้พนักงานมาทำงานน้อยลง ช่วงนั้นผมก็เริ่มไปเที่ยวกับเพื่อนต่างชาติบ้าง ไปตี้บ้านจีน รัซเซ๊ยยันเช้า สนุกกันมากๆครับ แลกเปลี่ยนการทำอาหาร

ช่วงเดือนสุดท้ายผมตัดสินใจลองเช่ารถขับเข้าเมืองดูไปช้อปปิ้งบ้าง ไปเที่ยวอะไรที่มันดูเหมือนกรุงเทพบ้านเราหน่อยเพราะเมืองที่ทำงานค่อนข้างเหมือนต่างจังหวัดบ้านเราครับ ไม่ค่อยมีตึกสูงอะไรเท่าไหร่ พอเข้า Houston ก็เอาเงินที่ทำงานได้หลายหมื่นไปช้อปครับแต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรกันมาก พอช่วง2 สัปดาห์สุดท้ายผมจัดการบริหารเวลาให้อยู่กับเพื่อนต่างชาติเยอะๆครับเพราะอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ผมกับเพื่อนๆก็สนิทกันพอสมควรครับพอดูหนังกินเบียรริมทะเลกันบ่อยเริ่มเหมือนพี่น้องกันละ อยากจะบอกว่าไม่ต้องกลัวโดนBullyถ้าเราใจกับฝรั่งเค้าก็เปิดใจกับเราครับใช้ชีวิตให้เต็มที่ 

วันสุดท้ายที่ทำงานเป็นวันที่ลูกค้าน้อยผมเลยขอหัวหน้าว่าขอไปถ่ายรูปกับเพื่อนทุกคนหน่อยเออเราก็เดินไปที่ต่างๆกอดเพื่อนบ้างบอกลาคิดในใจเลยว่าเออซักวันอยากกลับมาหาพวกมันอีกจัง 

พอหมดช่วงทำงานแล้วพวกผมตัดสินใจไป New York กับเพื่อนคนไทยรวมผมเป็น 4 คนครับพวกผมรู้สึกชอบกันมากเลยนะมันแตกต่างกับประเทศไทยมากเลยคนมันกล้าแสดงออกกล้าเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องมานั่งแคร์สายตาชาวบ้านเหมือนไทย ตอนไปพวกผมเลือกพักอยู่ใจกลาง Time Square เลยเดินกันทั้งวันทั้งคืนเก็บความทรงจำช้อปเต็มที่ครับเที่ยวเสร็จปุ้ปกลับมา Galveston ซัก 3-4 วันมาบอกลาเพื่อนๆที่บ้านไปหาเพื่อนฝรั่งบ้างพวกผมก็ปิดทริปโดยเลือกที่จะไป LA 2 วันครับพูดเลยว่าเป็นเมืองที่สวยมากจริงๆ ชิวสุดๆ ต่างกับความวุ่นวายใน New York นิดนึงที่ชอบที่สุดจะเป็น Santa Monica Beach ครับดูฝรั่งเล่นสเก็ตบอร์ดบ้าง เล่นดนตรีรู้เหมือนเราไปผ่อนคลายจริงๆครับหลังจากทำงานเหนื่อยๆมา3เดือนเต็มๆช่วงที่อยู่ LA ผมนัดเจอกับเพื่อนที่มหาลัยอีก2คนรวมกับกลุ่มผมเป็น 5 คนสนุกกันมากครับไปเจอเพื่อนที่ต่างประเทศพอเที่ยว LA 2 วันเสร็จปั้ปไปลุย San Francisco ต่อครับ 1 วันก็ไม่มีอะไรมากก็ไปดูบ้านเมืองเค้าปกติครับไม่ค่อยได้ทำอะไรเพราะเวลาน้อย จากนั้นก็บินไปเที่ยวญี่ปุ่น 2 วันแล้วก็กลับไทยเลย

IMG_1988
IMG_1657
IMG_1398

จากที่ผมได้ไป Work and Travel กับ American Learning ผมขอบอกจากใจเลยว่าผมโคตรจะไม่ Regret เลยมันเป็นประสบการณ์ชีวิต ความทรงจำที่ดีมากจริงๆ ที่ได้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติขนาดนี้ ไปดูเมืองเค้าได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเค้า รู้สึกเราโตขึ้นมากเลยครับ พอกลับไทยก็ยังมีติดต่อกับเพื่อนฝรั่งบ้าง คุยกับคนจีน รัซเซีย บ้างไว้ซักวันในชีวิตอยากจะกลับไปเที่ยวอเมริกาอีกซักครั้งจริงๆ ครับ อยากจะกลับไปชิวไปสนุกกับเพื่อนๆ ที่นู้นเลย ใครที่กำลังลังเลว่าจะไปดีมั้ย ผมบอกเลยว่าไปเถอะครับ มีแต่เรื่องดีๆ ในชีวิต ภาษาดีขึ้นมาก ถ้าเพื่อนๆ เลือกที่จะกล้าพูด มันมีแต่เรื่องดีๆ ครับ สุดท้าย ขอขอบคุณ American Learning ครับ ที่ได้ทำให้ผมได้มีประสบการณ์ดีๆในอเมริกาครั้งนี้ครับ

Facebooktwittermail

น้องไนน์ ธนเดช

น้องไนน์ ธนเดช
(มหาวิทยาลัยขอนแก่น )
Xanterra Mt. Rushmore, Keystone, SD
Summer Work and Travel in 2019

ติดต่อ EP. ต่อไปที่ช่อง 👉  Bestpartof9  👈 คลิ๊กเลย 

Facebooktwittermail

น้องปูเป้ พลอยพัชชา

น้องปูเป้ พลอยพัชชา
( มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ )
DNC Cincinnati Sportservice, OH
Summer Work and Travel in 2019

เริ่มแรกเลยคือเพื่อนชวนไป ตอนนั้นรู้สึกว่าน่าสนใจ เป็นประสบการณ์สักครั้งก็ดี ก็เลยตัดสินใจไป ทีนี้เพื่อนเราสมัครไปก่อนแล้วกับ American Learning เราก็คือไปตามเพื่อนเลย ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะพี่ของเพื่อนรีวิวมาว่าดี เราก็แอบหาข้อมูลนิดหน่อย แต่ทาง American Learning ก็คือโอเคมากจริงๆ ช่วยดำเนินเอกสารให้ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วคือเราสมัครไปตั้งแต่แรกๆ เค้าก็มีส่วนลดให้ด้วย เอกสารเราไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ตอนที่บินไปแล้วถ้ามีปัญหาอะไร ก็ยังติดต่อกับพี่ๆได้เสมอ พี่เค้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ พี่ๆน่ารักมากจริง

มาเข้าเรื่องกันเลย เราเลือกทำงานที่สนามเบสบอล Great American Ball Park คือฟังจากรีวิวของเอเจนซี่ และรุ่นพี่ที่ไปมาแล้วก็คิดว่าโอเคเหมาะกับ condition ที่เราต้องการ งานไม่ได้หนักมาก ทำงานกับเพื่อนได้ วันจบงานไม่ช้าจนเกินไป เพราะต้องกลับไปเรียน หลังจากนั้นก็ไปสัมภาษณ์งาน ก็ผ่านเรียบร้อย คนสัมภาษณ์ใจดีมาก ก่อนที่จะบินทางเอเจนซี่เค้าจะมีปฐมนิเทศการเตรียมความพร้อมก่อนบิน เอกสารที่ต้องเตรียม/ต้องทำตอนไปถึงอเมริกา ก็คือทำตามพี่เค้าบอกไม่มีปัญหาอะไร เรื่องมาพีคตอนไปถึงอเมริกาวันแรก ว่าด้วยเรื่องบ้านเลยจ้า

Housing: $395 per month* (3 floors/ 4 bedrooms/ co-living room/ co-kitchen/ 1 bathroom/ 1 toilet)
บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านที่ทางเอเจนซี่ดีลไว้อยู่แล้ว Location บ้านไม่ได้อยู่ใน Downtown แต่เดินทางไปทำงานได้สะดวก เพราะมีรถเมล์รอบละ $1.75 ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึง Downtown เดินต่ออีกหน่อยก็ถึงสนามเบสบอล แล้วก็มีรถรางรอบละ $1 ถูกมากแต่เดินไปขึ้นค่อนข้างไกล ข้อดีคือจะส่งเราถึงสนามเบสบอลใกล้กว่ารถเมล์ เดินต่อแค่นิดเดียว ส่วนพวก Supermarket ก็มี แต่ต้องเดินสักพัก จะเหนื่อยเดิน เพราะมันเป็นทางลาดชันอยู่ช่วงนึง เหมือนเดินขึ้นเขาหน่อยๆ เดินไปสักพักก็จะชินแหละ บ้านนี้เราอยู่กัน 9 คนเป็นคนไทยหมดเลย ก็เลยคุยกันง่าย เพื่อนในบ้านก็น่ารัก ไม่เหงาเลยเพื่อนเพียบ ความพีคอยู่ตรงที่ เราอีเมลคุยกับทาง Landlord ก่อนไปเรียบร้อยว่าจะถึงวันไหน เวลาไหน วันที่เข้าไปในบ้านวันแรกค่อนข้างช็อคมาก คือไม่มีการทำความสะอาดไว้เลย ฝุ่นหนามาก ห้องน้ำไม่ต้องพูดถึง อยากกรีดร้องเป็นภาษาสเปน จบที่เรากับเพื่อนอีก 3 คนก็คือช่วยกันคลีนจนบ้านสะอาด เจ้าบ้านเค้าแอบงงๆหน่อย แต่เค้าก็ใจดีแหละ คือในบ้านถ้าขาดอะไร อะไรพัง เค้าก็ส่งคนมาซ่อม มาติดตั้งให้เรียบร้อย พอเรากับเพื่อนคลีนเสร็จบ้านมันก็น่าอยู่ขึ้น วันแรกคือเหนื่อยไปกับการทำความสะอาดมาก พีคที่สุด

Working As a Culinary Attendant

Rate: $9.27 per hour for regular/ $13.9 per hour for overtime*

Great American Ball Park เป็นสนามเบสบอลที่ใหญ่มาก สวย และวิวดีสุดๆ ที่นี่จะทำงานตามรางเกมเบสบอล ทั้งวันและเวลาขึ้นกับเกมเบสบอลที่จัด ก็เลยจะมีวันหยุดพักเยอะช่วงไม่มีเกม ประมาณ 5-7 วัน ทางที่ทำงานก็เลยมี offer second job  ให้เลยโดยที่ไม่ต้องไปหาเอง อันนี้ดี แต่เราจุดประสงค์คืออยากมาเที่ยว มาทำงานแบบชิลๆ ก็เลยทำแค่ job เดียว เรา

 จากที่สะอาดอยู่แล้ว ก็มากขึ้นไปอีก บอกได้เลยว่ามาอยู่ในครัว คือครบรสมากจริงๆ ตอนแรกคิดว่าต้องเบื่อแน่เลย อยู่แต่ในครัว ไม่ได้เจอผู้คนอะไรแบบนี้ แต่พอมาทำจริงๆสนุกเฉย ช่วงแรกก็แอบเหนื่อย เพราะต้องยกของหนักบ้างอะไรบ้าง แต่ทำไปเรื่อยๆก็อารมณ์แบบเหนื่อยแต่สนุกดี คือมันแอบ challenge หลายอย่าง ด้วยความที่ทำงานในครัวครั้งแรก สกิลการหั่นต่างๆก็ยังไม่มี ศัพท์ที่เค้าใช้กันในครัวบางคำก็ไม่รู้ และในครัวมีคนไทยแค่ 2 คนคือ เรากับเพื่อน มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ฝึกพูดภาษา เพราะต้องคุยกับเชฟ หัวหน้าเชฟ เพื่อนร่วมงาน หลังๆพอชินแล้วก็สนุกมาก เมนูแต่ละครั้งที่เชฟเค้าทำก็จะต่างกันออกไป ได้เห็นความเป็นอเมริกันจริงๆเรื่องของอาหาร ในครัวก็จะมีเพื่อนอเมริกันเยอะ ได้รู้จัก ได้พูดคุย happy แล้วคือหัวหน้าเชฟ, Supervisor, คนอื่นๆในครัว เค้าดีกับเรามากจริงๆ ตรงนี้ถือเป็นเรื่องดีๆ เราทำงานช่วงแรกๆเค้าก็สอนทุกอย่างเลย พูดดีมาก เอาขนมมาให้กินอะไรแบบนี้ นอกจากนี้เค้าก็พาไปเที่ยว พาไปซื้อของ น่ารักมาก เป็นประสบการณ์ดีๆไปเลย

4

เป็น Culinary Attendant ทำงานในครัว Diamond Club ของสนามเบสบอล หน้าที่หลักก็คือ เตรียมอาหารให้เสร็จก่อนที่ Club จะเปิด ซึ่ง Club จะเปิดก่อนเกมเริ่มประมาณ 2 ชั่วโมง ลูกค้าก็จะเข้ามาทานอาหารกันก่อน เป็นบุฟเฟต์ จากนั้นก็จะขึ้นสแตนไปชมเบสบอล เราก็คือต้องเตรียมพวกวัตถุดิบเพื่อให้เชฟทำอาหาร เช่น เตรียมเนื้อปลา เตรียมเบคอน ลงถาดรออบ หั่นชีส ผักและผลไม้จัดใส่ถาด เตรียมขนมหวาน เค้ก มาการอง ขนมปัง อีกมากมาย จัดเรียงแบบสวยงาม แล้วก็ยกอาหารไปวางใน Club พร้อมจัดเรียงสแตนที่วางอาหารให้สวยงามอะไรแบบนี้ บางทีหัวหน้าเชฟก็ให้ออกไปทำอาหารให้ลูกค้าด้านนอก คือเราก็จะยืนผัดไปเรื่อยๆ ลูกค้าก็จะมาตักอาหาร มาทักทายบ้าง น่ารักมาก บางวันเราก็ได้ไปตักไอศกรีมเสิร์ฟกับพายอะไรแบบนี้ บางวันก็ได้ไปช่วยสเตชันที่ทำพวก burger, chicken tender เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วงเลย ทำงานในครัวก็สามารถกินได้ทุกอย่าง มีอาหารเลี้ยงตลอด มากไปกว่านี้คือได้นิสัยที่ดีมาคือ ความสะอาด เพราะทุกครั้งที่ทำอะไรในครัวจะต้องคลีนสเตชันตัวเอง ล้างมือ ใส่ถุงมือ จนเป็นนิสัยไปเลย

10
11

TRAVEL THE WORLD !
พูดถึงเรื่องเที่ยว งานนี้เหมือนเป็นการ work  and travel ที่แท้ทรู เพราะอย่างที่บอกคือทำงานตามตารางเกมเบสบอล มีวันหยุดว่างเป็นอาทิตย์ถ้าไม่ได้ทำ second job ก็จะมีเวลาเที่ยวเยอะ เราก็มีไปสวนสนุก ไปshopping ไปcanoe อะไรแบบนี้ ส่วนใน Cincinnati ที่เด่นๆก็จะมี สวนสัตว์, พิพิธภัณฑ์, hill park ที่สวยๆนั่งเล่นเพลินๆ จะไม่ค่อยมีอะไรมาก เพื่อนส่วนใหญ่จะนั่งรถไปเที่ยวเมืองอื่นมากกว่าอย่าง Chicago หรือไม่ก็บินไปเที่ยวเมืองอื่นเลย

มาต่อที่หลังจากจบงานแล้ว ด้วยความที่วันจบงานเราไม่ค่อยตรงกับคนอื่น ก็เลยวางแผนเที่ยวกับเพื่อน 2 คน เหลือเวลาเที่ยวประมาณอาทิตย์นึง เราก็เลยจองทัวร์ในเว็บ Take Tour ง่าย และปลอดภัย แล้วก็เที่ยวเองอีก 2 วัน เราเริ่มเที่ยวจาก Washington และไปจบที่ New York เพราะจองตั๋วกลับไว้ที่ JFK เที่ยวกับทัวร์ก็ถือว่าเลิศ มีรถพาไปทุกที่ มีที่พักดีๆ ในราคาย่อมเยา แต่ต้องเสียค่าอาหาร ค่าเข้าสถานที่ต่างๆเอง ทัวร์ก็เริ่มเที่ยวจาก Washington, DC ก็จะเป็นพวก White House, Lincoln Memorial ต่อด้วย Niagara Falls อันนี้ประทับใจและชอบมากที่สุด สวย ตระการตามาก อากาศดี เพลินมาก เต็ม 10 ไม่หักเลย แล้วก็ Boston ก็จะเป็น Harvard University, Harbor Cruise อันนี้ก็ดี เมืองสวย อากาศตอนเช้าๆดีมาก จบที่ New York ก็จะเป็น Statue of Liberty Cruise / One World Trade Center / Wall Street นอกเหนือจากนี้เราก็เดินเที่ยวเล่นใน New York เองกับเพื่อน สนุกดี นั่ง Subway กันเพลิน ไปนั่นไปนี่ ได้เจออะไรใหม่ๆ สถานที่สวยๆ แล้วก็กลับไทยแบบ happy ending

สรุปคือได้ประสบการณ์ชีวิตไปเต็มๆ ถ้าไม่ได้ไป work ก็จะไม่ได้เจออะไรแบบนี้เลย เราจะมีความรับผิดชอบในตัวเองมากขึ้น โตขึ้น เพราะจะมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจอยู่บ่อยๆ คืออยู่นั่นก็มีเจอปัญหาบ้าง ไม่ราบรื่นเสมอไป แต่ก็ผ่านมาได้ แล้วก็ได้เจออะไรใหม่ๆแบบเปิดโลก ได้เพื่อนใหม่ ได้ออกจาก comfort zone ที่แท้ทรู ใครที่สนใจก็ลองดูนะคะติดต่อสอบถามพี่ๆที่ American Learning ได้เลย พี่เค้าดูแลดีมากจริงๆ

Facebooktwittermail

น้องเพียว ชินกฤต

น้องเพียว ชินกฤต ( มหาวิทยาลัยสวนดุสิต) DNC Grand Canyon National Park, AZ  Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะรีวิวการไป WAT ที่ รัฐ Arizona at Grand Canyon ผมชื่อ เพียว ผมเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งตอนปี 2018 ที่ รัฐSouth Dakota at Mt. Rushmore สนุกมากๆ แต่วันนี้ผมจะมาเล่าครั้งที่2ที่ผมได้ไปนั้นก็คือ…..“Grand Canyon” ครับ

Grand Canyon เป็นสถานที่ที่ติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นหุบเหวลึกกว้างสุดลูกหูลูกตา มีชั้นหินที่เรียงรายสวยงามเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ครับ ผมได้ไปมาแล้ว ผมไปกับเพื่อนมหาลัยของผมครับ  วันแรกที่ได้ไป Grand Canyon ผมกับเพื่อนก็ไม่รีรอที่จะได้เห็น กับ1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์นี้ เลยนั่งรถ Shuttle bus จากที่พัก เก็บของอะไรเสร็จเรียบร้อยก็ไปกันเลยวันนั้น ที่นี้จะมี Shuttle bus ไปรับไปส่งตามจุดต่างๆไม่ว่าจะเป็นจุด ที่พักพนักงาน, ร้านสะดวกซื้อ และ จุดชมวิวต่างๆ ซึ่งที่เราจะไปก็คือจุดชมวิว พอไปถึงจุดชมวิวแล้วได้เห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นก็คือ หุบเหว Grand Canyon นี้ ผมกับเพื่อนถึงกับยิ้ม ดีใจ แถบไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ทำไมมันสวยได้ขนาดนี้ สุดขอบฟ้าที่พระอาทิตย์กำลังจะตก มีชั้นหินที่กว้างขวางรายล้อมรอบสายตา กับหุบเหวลึกที่สวยงาม เข้าใจเลยว่าทำไมถึง ชื่อ Grand Canyon เพราะมันยิ่งใหญ่จริงๆแกรนด์มากๆ มันทำให้รู้สึกว่าปัญหาต่างๆ หรือ เรื่องราววุ่นวายที่เคยผ่านมา กลับกลายเป็นเรื่องที่เล็กไปเลยเมื่อเราได้มาเจอกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้

S__2564427

ไปเรื่องงานกันครับ ผมรีเควสไปทำ Housekeeping ซึ่งมีคนไทยกันแค่ 6 คนที่ทำ รวมผมและเพื่อน นอกนั้นคนไทยส่วนมากไปทำ Food and Beverage กันหมด หรืออีกส่วนนึงไปทำStore ซึ่งคนไทยส่วนน้อยก็คือ 6 คน พวกผมนี้แหละ ทำ Housekeeping ถามว่าเหนื่อยไหม บอกเลยเหนื่อย ไม่มีงานไหนไม่เหนื่อย ไม่เหนื่อยกายก็เหนื่อยใจ อันนี้เหนื่อยกายไม่เหนื่อยใจนะ เพราะมีเพื่อนๆนี้แหละแล้วก็ เพื่อนๆต่างชาติ ป้าๆ ลุงๆที่ทำงาน แต่ละคนใจดี ช่วยสอนให้เราเป็นงาน แรกๆก็ทำไม่เป็นทำไม่ทัน หลังๆคือจะว่าเซียนเลยก็ว่าได้ ทำห้องเคลียร์ห้องเสร็จอย่างไว ปูเตียง ทำความสะอาดห้องน้ำ ทำทุกอย่างที่แม่บ้านพ่อบ้านควรทำ หลังจากทำงานเสร็จก็กลับมาทำกับข้าวกับเพื่อนๆ สนุกมาก พิมพ์แล้วก็คิดถึงเลยครับ

ผมไปกับเพื่อนคนไทยอีกคนที่พึ่งมาเจอกันที่ Grand Canyon กลุ่มHousekeeping 6 คนนี้แหละครับ และก็มีคนไทยบางส่วนมาทำด้วยเช่นกัน คือทำงานจนรู้สึกเหมือนร่างจะแตกทำ Housekeepingตั้งแต่ แปดโมงครึ่งเช้า จนถึงห้าโมงครึ่งเย็นทำเสร็จ แล้วก็นั้งรถ Shuttle Bus ลงไปทำ Wendy’s ต่อ หกโมงถึง สี่ทุ่ม โคดเดือดทุกวัน แต่ มันก็เป็นอะไรที่สนุกมากๆ  เบอร์เกอร์ Wendy’s อร่อยมาก กินทุกวันจนอ้วนขึ้นแบบเห็นได้ชัด เพื่อนๆที่ทำงานคือใจดี เฮฮา ร่าเริงกันทุกคน มีความสุขที่ได้ไปจริงๆครับ 

แล้วก็ ผมยังไม่บอกเลยว่า ผมมีงานสองด้วย งานสองของผม คือ Wendy’s อยู่ที่ Tusayan เป็นเมืองเล็กๆลงจากตัวอุทยาน Grand Canyon ประมาณครึ่งชั่วโมงถ้านั่ง Shuttle bus ลงมา Wendy’s เป็นร้านขายอาหารฟาสฟู้ดแบบ McDonald’s แต่หลักๆจะอยู่ที่แฮมเบอร์เกอร์ ผมไปทำแฮมเบอร์เกอร์ครับงานนี้ 

พูดถึงอากาศที่นี้ตอนผมไปเป็นช่วง Summer แต่ผมไปช่วงต้นซัมเมอร์หิมะตกด้วย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหิมะ ยังจำความรู้สึกนั้นได้เลยว่า ตอนที่หิมะก้อนเล็กๆโปรยลงมาอย่างช้าๆ มันสวยมากสวยจริงๆ  ที่นี้มีกวางเอลก์ เยอะมาก แต่เค้าเรียก เอลก์กัน ด้วยความที่สถานที่ต่างๆในอุทยานรายล้อมไปด้วยป่า เลยเดินไปทางไหนก็เจอ ตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่ากวางธรรมดาเยอะ บางตัวเขาสวย เขาใหญ่และสวย นานนานทีเจอ เค้ามีขายแฮมเบอร์เกอร์เนื้อเอลก์ด้วยนะที่อุทยาน ผมอยากลองเลยจัดไปชิ้นนึงเห็นเดินวุ่นกันจัง และคือ อร่อยมากชิ้นเบอเริ้มเลย  และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงGrand Canyon แล้ว นั้นคือการ Hiking คือเป็นการไฮกิ้งที่ต้องเดินทางไกล ไกลมาก เดินลงไปตาม trail ที่เค้ามีให้ลงไปหุบเขา ซึ่งเหนื่อยมากแต่มันส์เช่นกัน ด้วยสภาพที่เดินลงเขาไปมันร้อนมาก ผมไปกับเพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันจนไปถึงที่หมายใช้เวลา 20 ชั่วโมง เป็นความภาคภูมิใจอย่าหนึ่งนะที่รู้สึก ทำไปได้ไง แต่ก็ทำไปแล้ว

และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึง Grand Canyon แล้ว นั้นคือการ Hiking คือเป็นการไฮกิ้งที่ต้องเดินทางไกล ไกลมาก เดินลงไปตาม trail ที่เค้ามีให้ลงไปหุบเขา ซึ่งเหนื่อยมากแต่มันส์เช่นกัน ด้วยสภาพที่เดินลงเขาไปมันร้อนมาก ผมไปกับเพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันจนไปถึงที่หมายใช้เวลา 20 ชั่วโมง เป็นความภาคภูมิใจอย่าหนึ่งนะที่รู้สึก ทำไปได้ไง แต่ก็ทำไปแล้ว

ยังมีสถานที่เที่ยวอย่างอื่นนอกจาก Grand Canyon ที่เราสามารถใช้วันเดย์ออฟไปเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า เช่น Lake powell ทะเลสาบ พาวเวลล์เป็นอ่างเก็บน้ำบนแม่น้ำโคโลราโดที่ตั้งอยู่ติดกับพรมแดนระหว่างยูทาห์และแอริโซนา เป็นสถานที่ที่สวยงามที่หนึ่งที่ควรได้ไป, Antelope Canyon หลายคนคงเคยเห็นจากหน้าจอวินโดว์ที่เป็นหินลายน้ำสีส้มๆอยู่บ้างมันคือที่นี้แหละ นี้ก็เป็นที่ที่ควรไปเช่นกัน, Horseshoe bend เป็นแนวลาดรูปเกือกม้าของแม่น้ำ ที่สูงมากๆ ผมกลัวความสูงอยู่แล้วเลยรีบถ่ายรูปก็รีบออกมาเลย เสียวตก และ เมือง Las Vegas เป็นที่ที่จัดว่าเด็ดเช่นกัน 

หลังจากทำงานวนไปนาน3เดือนก็ถึงเวลาไปเที่ยวต่อ ทั้งๆที่ทำงานอยู่ก็เหมือนเที่ยวไปในตัวอยู่แล้ว แต่นี้ต้องจากกับเพื่อนๆที่ทำงานด้วยกัน มันก็จะปริ่มๆหน่อยฮะๆ แต่ก็นะต้องไปอยู่ดี ผมกับเพื่อนที่มาด้วยกันอยู่แล้วก็จะไปแจมกับเพื่อนมหาลัยที่มา WAT เช่นกันแต่คนละที่ เป้าหมายของพวกผมคือ San Francisco, Los Angeles และ Tokyo

Pure Chinnakrit 18
Pure Chinnakrit 14
S__11927719
Pure Chinnakrit 11

สรุปเลยคือถือว่าคุ้มมากที่ได้ไป คงหาประสบการณ์ที่ดีๆแบบนี้ได้ยาก ขอบคุณ American Learning (ALC) ที่คอยดูแลพวกผมอย่างดีทั้งก่อนไป และกลับ ดูแลใส่ใจเด็กมากๆ ขอบคุณที่ทำให้เจอกับประสบการณ์ที่ดี ขอบคุณมากๆครับ และ สำหรับผมมันเป็นครั้งสุดท้ายที่แล้วที่ได้เจออะไรแบบนี้เป็นความรู้สึกประทับใจมากๆครับ ขอให้ทุกคนตอนนี้หรือภายภาคหน้าที่คิดจะไปขอให้โชคดีนะครับ ผมเชื่อว่าต่างคนต้องเจอประสบการณ์อะไรที่ไม่เหมือนกันและแต่ละประสบการณ์ที่เข้ามาไม่ว่าจะร้ายจะดีมันเป็นอะไรที่ล้วน ควรค่าแก่การเก็บไว้ในความทรงจำ ขอให้ทุกคนโชคดีครับบาย

Facebooktwittermail

น้องกิ๊ฟ ขวัญชญา

น้อง กิ๊ฟ ขวัญชญา 
( มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี )
Zion Lodge, Springdale, UT
Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีจ้าาาาา เนื่องด้วยมีคนมาถามเรื่องไปเวิร์คค่อนข้างเยอะ เลยจะมารีวิวเลยละกันนะ 555555

ดั๊นไป Work and Travel ที่ Zion Lodge 2019 มาฮะ เอาที่ละสเต็ปเลยละกัน

  • เอเจนซี่ไทย : American Learning จ้าา พี่ๆดูแลอยู่เด้อ ตามเอกสาร ให้คำแนะนำหลายอย่างดีฮะ
  • สปอนเซอร์เมกา : Janus จ้าา ไม่มีปัญหาอะไร เค้าไปเยี่ยมที่เราด้วยแหละ แต่เราไม่เจอ เดย์ออฟออกไปเที่ยวพอดี 555555
  • Location: Zion National Park Lodge จ้าาาาาาา อันนี้จะบอกว่าคือดีย์แก บรรยากาศดี เห็นบรรยากาศเหมือน Desert แต่จริงๆตอนเราไปช่วงสปริง หนาวเหี้ยๆ อุณหภูมิเลขตัวเดียว แต่ซัมเมอร์ก็ร้อนแหละ แต่ไม่ได้ร้อนแบบไทยจ้าา เรื่องการเดินทาง เค้ามีบัสให้เราออกจากในอุทยานไปข้างนอกได้ฮะ ถ้าเราเป็นพนักงานของอุทยาน เข้าออกฟรีเด้อและได้ส่วนลดราคาเวลาซื้อของใน Lodge ด้วยน้า 55555 ที่พักโอเค มีน้องกวางเดินรอบๆ น้องไม่อันตราย วันไหนโชคดีเจอจิ้งจอก 5555555 และคุณจะได้สัมผัสกับคำว่า กระรอกไม่ได้น่ารักทุกตัวหากคุณทำเฮาส์ 55555
  • Job : เราทำ Housekeeping ฮะ จะบอกก่อนว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเด้อ มันไม่ใช่ทุกที่ด้วยแหละ แต่ที่เราอยู่โอเคดี ไม่เจอไรแย่มากหรอก เมเนเจอร์เคร่งบ้างแต่ก็ใจดี วันไหนโชคดี ได้ทำห้อง 13 ห้อง 555555 เพื่อนร่วมงานดีเด้ออออ เคยได้ทิปมากสุด 60 เหรียญ แต่เพื่อนนี่ได้ 87 5555555 ทิปจุกๆดี แต่บางช่วง
  • Second Job : อย่าเรียกว่างานสอง เรียกว่า Overtimeจะดีกว่า คืองี้ เราสามารถไปขอชั่วโมงเพิ่มในคิชเช่นได้นะ ตอนเราทำ เราทำเฮาส์ 08.00-16.00 และไปทำโอเวอร์ทามตอน 17.00-22.00 ทำกันสุดอ่ะแม๊ 5555555 ไปขอในคิชเช่น เค้าก็จะให้เราไปอยู่แพนทรี่บ้าง ดิชวอชเชอร์บ้าง ส่วนเราไปไลน์คุ้กจ้า วีรสตรีคนเดียวในไลน์ตอนนั้น เวลาบิลมาเยอะๆก็อุทานเป็นไทยว่า “มันส์ชิบหายเลยว้อย”

รายได้เราได้มา 5000 กว่าๆ รวมทิปแล้วนะ ก็ถือว่าได้เยอะ แต่ตอนเที่ยวใช้เยอะชิบหายเลยจ่ะ แม่ยิ้มแห้งเลย 5555555

เอาเป็นว่าใครจะไป เราบอกเลยว่าประทับใจจริงๆ และจะไม่อยากกลับเหมือนเรา 55555

Facebooktwittermail

น้องภู สยมภู

น้องภู สยมภู ( มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ )
Xanterra Mt. Rushmore, Keystone, SD
Summer Work and Travel in 2019

รอบนี้เป็นการมา work & travel ครั้งที่สองแล้วว ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณพี่ ALC เพราะเรื่องการจัดการเอกสาร คำแนะนำต่างๆ พี่ๆเป๊ะจริง (เรามีปัญหาขอเลื่อนวันสัมภาษณ์วีซ่าแล้วพี่เค้าจัดการให้อย่างไว) ประทับใจมาก มาพูดถึงตัวงานที่ไปทำมาบ้าง ด้วยความที่รอบที่แล้วเราอยู่ในเมืองใหญ่ศิวิไลซ์ รอบนี้เลยตั้งใจว่า เอออยากลองเข้าป่าอยู่กับธรรมชาติบ้าง มันจะได้มีประสบการณ์หลายๆอย่างเนอะ แต่พอมานั่งคิดๆดู ถ้าเราอยู่ป่าจ๋าแบบอุทยานแห่งชาติไปเลย ก็กลัวจะน่าเบื่อ เพราะก็ยังอยากจะมีฟีลไปห้าง ไปเที่ยวนู่นนี่ สรุปหวยออกที่ Xanterra Mt. Rushmore หน้าผาประธานาธิบดีอันโด่งดัง อยู่ที่เมืองเล็กๆน่ารักๆอย่าง Keystone ในรัฐ South Dakota

ตำแหน่งงานหลักๆเลยที่เด็กไทยได้ทำมี Food & Beverages / Retail / Parking Attendant แน่นอนว่าเราเลือก retail แต่!!! พอเอชอาร์ของ Xanterra มาสัมภาษณ์เรา เค้าจะเป็นคนตัดสินใจอีกที ซึ่งเราได้อยู่ parking แบบงงๆ ตอนที่รู้คือเศร้ามากกกกกก แบบ ไม่รู้เลยว่าตำแหน่งนี้ต้องทำไรบ้าง อ่าน job description ก็ไม่เข้าใจ มันแอบเครียดๆคิดไปเยอะมาก แต่ก็คิดซะว่าเออยังมีคนร่วมชะตากรรมกับเราอีกหกคนน่าจะช่วยๆกันเอาตัวรอดไปได้ ซึ่งพอไปถึงหน้างานจริงๆ ทุกอย่างมันยากมาก ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบ การรักษาความปลอดภัย เพราะเราทำงานกับรถ การจราจร ทุกอย่างมันใหม่ไปหมด รวมถึงการสื่อสารที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจาก parking crew จะประจำอยู่แต่ละจุดที่ค่อนข้างห่างกัน ดังนั้นทุกคนต้องคุยกันผ่านวิทยุ!! ได้ทุกคนคนละเครื่องไปเลย คิดดูว่าพูดอังกฤษต่อหน้าว่ายากแล้ว พูดผ่านวิทยุคือยิ่งกว่านั้นคูณสิบ ทุกตำแหน่งได้พูดหมดเพราะต้องคอยรายงานเมเนเจอร์เกือบตลอดเวลา ใครที่อยากพัฒนาการฟังพูดให้สมัคร parking มาเลยนะ555555555

ตำแหน่งของ parking attendant แบ่งเป็น front/booth/point/level 1-2-3-4-5-6/crosswalk/pergola/parallel เรียงตามลำดับเลยซึ่ง front เป็นด่านแรก คอยโบกรถให้เข้าถูกช่อง เพราะรถบัส รถบ้าน รถลากต่างๆจะมีช่องพิเศษของเขา ลดปัญหาการจอดออกันอยู่หน้าทางเข้า booth คือคนที่นั่งอยู่ในตู้เก็บเงินช่องพิเศษของรถบัส รถบ้านนั่นแหละ point คือด่านต่อมา คอยบอกให้รถไปจอดตามลานจอดชั้นต่างๆที่แบ่งออกเป็น level 1-6 หรือส่งไปที่จอดพิเศษของรถลาก level ก็คือคอยประจำอยู่ที่ตู้จ่ายเงินหรือทางออกของลานจอดชั้นนั้น บางทีก็ต้องนับจำนวนรถที่จอดอยู่ด้วย crosswalk ต้องคอยหยุดคนเดินแล้วเปิดทางให้รถผ่าน pergola จะยืนประจำอยู่ที่ตู้จ่ายเงินหน้าทางเข้าคอยช่วยนักท่องเที่ยวที่มีปัญหาร้อยแปด สุดท้าย parallel มีหน้าที่ดูแลการจอดของรถลาก รถบ้าน หรือรถอะไรก็ตามที่ใหญ่และยาวจนจอดใน level ไม่ได้ ดูเหมือนจะเป็นงานที่ชิลแต่ไม่ใช่เลยยยย เพราะเราต้องคอยเน้นเรื่องความปลอกภัยตลอดเวลาเพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุทีจะเป็นเรื่องใหญ่มากๆๆ ตำรวจมากันเต็มไปหมด เมเนเจอร์ของ parking ก็ดุสุด ดุมากแบบก.ไก่ล้านตัว เราเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวแล้วก็ตัวพนักงานด้วยแต่บางทีมันก็นอยด์จนแบบไม่อยากไปทำงาน (ข่าวดีคือได้ว่ามาว่าเขาย้ายไปประจำที่อื่นแล้วว) ที่สำคัญที่สุดของงานนี้คือเราอยู่กลางแจ้ง ได้สัมผัสทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะ ร้อน หนาว ฝน หิมะ ลูกเห็บ เราผ่านมาหมด อึดถึกทนยิ่งกว่าคนเหล็ก5555555555 ถ้าใครที่ชอบรถก็แนะนำให้สมัคร parking อีกเพราะจะได้เห็นรถสวยๆแปลกๆเยอะไปหมด

เรื่องที่พัก Xanterra มีหอพักพนักงานให้ ห้องดีมีห้องน้ำในตัว มีตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของเล็กๆ ทุกอย่างครบ นอนห้องหนึ่ง 2-3 คน ที่หอมี wifi ด้วยดูหนังดูยูทูปได้สบายๆแต่พอฝนตกทีก็จะเสียแล้วใช้ไม่ได้ไปหลายวันอยู่5555 มีครัวด้านล่างทำอาหารเล็กๆน้อยๆ มีตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ฟิตเนสยังมี อยู่แบบสบายๆเลยแต่ก็ต้องรักษาความสะอาดด้วยนะเพราะเขามีตรวจห้องทุกเดือน555555 สวัสดิการของ Xanterra ถือว่าดีมาก มีรถรับส่งที่ทำงาน มีอาหารให้กินสามมื้อซึ่งอยู่ไปจะเบื่อจนไม่อยากกินแล้วต้องมาพึ่งมาม่า น้ำพริกที่เอามาจากไทย บอกเลยว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากถึงมากที่สุด ขนมาเยอะๆๆ มีการให้ลงชื่อแล้วพาไปซื้อของที่วอลมาร์ททุกอาทิตย์ มีทริปพาไปเที่ยวแลนมาร์คสวยๆซึ่งต้องแย่งกันลงชื่อให้ทัน ตอนเราไปถึงสนามบินก็มีรถมารับแล้วก็ส่งขากลับอีก social security card ก็พาไปทำ บัญชีธนาคารก็มาเปิดให้ถึงที่ทำงาน สะดวกกว่านี้ไม่มีแล้วอ่ะพูดจริงๆ

ถือว่าปิดฉาก work&travel ได้อย่างสวยงามแม้ตอนแรกจะเครียดเรื่องงานมากๆแล้วยังไปคนเดียวแบบไม่มีเพื่อนอีก ขอบคุณเพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่วันที่บินจนแยกย้ายกันไปเที่ยว ขอบคุณ parking team ที่คอยช่วยเหลือกันตลอด แล้วก็ขอบคุณเกรทสำหรับทุกคำแนะนำเลย การได้อยู่ที่ Mount Rushmore กับทุกคนเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากๆ ยิ่งมีเพื่อนอยู่ข้างๆไม่ว่ามันจะเหนื่อยหรือแย่ขนาดไหนเราก็จะผ่านมันไปได้ในที่สุด ลองดูนะเพราะบอกเลยว่าประสบการณ์แบบนี้มันคุ้มจริงๆ

Facebooktwittermail

น้องเบนโตะ ชาตรี

น้อง เบนโตะ ชาตรี
( มหาวิทยาลัยรังสิต)
Premier Aquatics, Alexandria, VA Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีจ้า เราชื่อเบนโตะ วันนี้เราจะมาเล่าและแชร์ประสบการณ์ Work and Travel in 2019 ที่อเมริกาให้ฟังกันงานที่เราไปทาคือเป็น Lifeguard ที่รัฐ VA, Alexandria ของบริษัท Premier Aquatics กับทางเอเจนซี่ American learning (ALC) แล้วทาไมถึงตัดสินใจเลือกงานนี้?

ก่อนอื่นเลยคือเราเจอรีวิว Work and travel ของปีก่อนๆ แล้วเราอ่านที่เขาเขียน ทุกอย่างตรงกับ life style เราหมดเลย และเราอ่านรีวิวของ ALC คือไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ดังนั้นเราจึงรีบสมัครเพราะทาง ALC ช่วงนั้นมีส่วนลดค่าโครงการด้วย ซึ่งทางเอเจนซี่ดูแลดีตั้งแต่การส่งเอกสารตอนอยู่ไทยจนถึงไปทำงานที่อเมริกาเลย แล้วงานlifeguard ทำอะไรบ้าง? คือหน้าที่ที่เราทำทุกวันคือ ทำความสะอาดสระประมาณ 10 นาที จัดโต๊ะ เช็คค่าน้ำทุกหนึ่งชั่วโมงจากนั้นก็จดค่าน้ำลงสมุด และหน้าที่สุดท้ายคือนั่งดูแลความปลอดภัยของแขกตอนลงเล่นน้ำ ซึ่งเป็นงานที่สบายมากและเราจะได้พักกินข้าวกินขนมทุกๆหนึ่งชั่วโมงครั้งละ 15 นาที ซึ่งอาหารเราจะห่อข้าวมากินเองหรือบางทีแขกจะเอาขนมหรืออาหารมาให้ ถ้าตอนไหนไม่มีแขกมาเล่นน้ำเราก็สามารถอาบแดดหรือลงเล่นน้ำได้ตามสบายเลย

ส่วนที่พักอาศัยเราจะต้องอยู่กับรูมเมทชาติอื่นๆ 5-6 คน โดยสามารถเลือกเมทคนไทยได้หนึ่งคน ภายในบ้านของเราจะมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้า 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องซักผ้าอบผ้าและ 1 ห้องครัว โดยมีอุปกรณ์เครื่องครัวให้ครบเลย ไมโครเวฟ ที่ปิ้งขนมปัง หม้อ ซึ่งถือว่าเป็นบ้านในฝันมากๆบรรยากาศรอบๆบ้านก็ดี แถมได้ฝึกภาษาอังกฤษกับรูมเมทเพราะต้องคุยกันทุกวัน และโลเคชั่นบ้านที่เราอยู่ อยู่ใกล้กับร้านอาหาร/ ซุปเปอร์มาร์เก็ต/ ร้านเสื้อผ้า/ 7-11

ส่วนวิธีการเดินทางไปทำงานเราจะปั่นจักรยานไปทางานเพราะนายจ้างจะให้เราซื้อไว้คนละคันเพื่อปั่นไปยังสระว่ายน้ำ ซึ่งสระว่ายน้าของทุกคนจะไม่ไกลจากบ้านมากนัก

ส่วนจักรยานเมื่อเราจะกลับเมืองไทย เราก็สามารถขายได้ไม่ขาดทุน และทุกอาทิตย์นายจ้างจะพาไลฟ์การ์ด ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เช่น ไปเล่นน้ำทะเล ไปปีนเขา ชมเบสบอล 

ถ้าหากไลฟ์การ์ด คนนั้นมีวันหยุดตรงกับวันที่จะไปและลงชื่อทัน และจะมีปาร์ตี้สาหรับไลฟ์การ์ด และกีฬาสี ซึ่งสนุกมากแข่งว่ายน้าเล่นเกมส์รับของรางวัล

WorkandTravel_2019_Premier_Aquatics_VA_1
WorkandTravel_2019_Premier_Aquatics_VA

ส่วนวันหยุดเรากับเพื่อนจะหาร Uber กันไปเที่ยวใน DC เพราะใกล้กับที่พักมาก เราชอบไปซื้อเสื้อผ้า ถ่ายรูปและเข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีกันที่นี่ทุกอาทิตย์เลย 

และหลังจากทางานเสร็จครบสัญญาจ้างนายจ้างจะจัดปาร์ตี้กินเลี้ยงและให้บัตรเล่นเกมส์ในเกมส์โซนฟรี 200$ และได้โบนัสอีก 500$ หลังอยู่ครบสัญญา 

หลังจากนั้นวีซ่าอเมริกาจะอยู่ต่อได้ 30 วัน เรากับเพื่อน 5 คน ก็มีการ ขับรถ ไป Road trip กัน ที่ LA, Las Vegas, San Diego, San Francisco 

ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเรา ปกติเราจะได้เห็นแต่ในหนัง เช่น ป้าย Hollywood หรือ เมืองที่ไม่เคยหลับไหลอย่าง Las Vegas แต่ตอนนี้เราได้มาสัมผัสและเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนนั้นเราคิดในใจว่าถ้าเราไม่ได้มา

โครงการ Work and Travel เราคงพลาดโอกาสไปหลายอย่างมาก ทั้งการเดินทาง การพบเจอเพื่อนใหม่ และอื่นๆอีกมากมายที่อเมริกา 

ซึ่งเราอยากให้ประสบการณ์ของเราเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจมา work and travel ของเพื่อนๆ ว่ามันคุ้มค่ามากๆซึ่งบางคนได้ทั้งเงิน และประสบการณ์กลับไปจากที่นี่เยอะมาก เราจึงอยากจะขอปิดท้ายกับคำคมที่ว่า

 

“ประสบการณ์ไม่มีขาย อยากได้ต้องลองมา work and travel ดู”

Facebooktwittermail

น้องม่อน เจนนิสา

น้องม่อน เจนนิสา
(มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
DNC Sportservice at Progressive field, Cleveland, OH
Summer Work and Travel in 2019

  • Position: Concession Stand Attendant
  • Rate: 9.35$ ,
  • OT: 14$ per hour
  • Housing: 300-450$ per month (ราคายังไม่หารกับรูมเมท, เดินไปทำงานได้) 

สวัสดีค่า เราชื่อ ม่อนนะ เราเข้าร่วมโครงการ American Learning WAT 2019 เป็นช่วงที่เราอยู่ปี1พอดี เราไปคนเดียวแต่มาหาเพื่อนที่เป็นพี่ๆในโครงการช่วงสัมภาษณ์งานทีหลัง พี่ๆALC เขาเตรียมเอกสารให้เราแทบทุกอย่างเลย เป๊ะปัง ก่อนอื่นเตียมบัตรเดบิต/เครดิตอย่างน้อย2ใบ
ที่ใช้อยู่ที่นู่นได้แบบแลกเงินไทยได้(จะสะดวกในการใช้ชีวิตเยอะเลย)

รีวิวงาน:  ตำแหน่งที่เราทำได้ทำงานหลากหลายมากๆ (เปิดโลก) เพราะจะไม่ซ้ำกันเลย ส่วนใหญ่จะได้เปลี่ยนงานทุกๆ3วัน หรือต่อเกมค่ะ เกมใหม่ก็ได้ย้ายไปทำอย่างอื่นแล้วตารางงานก็แล้วแต่ปีนั้นๆด้วย งานก็จะเป็นพวก แคชเชียร์, ตักไอติม,ขายป๊อปคอร์น,ทำ Nachos,Pasta,ขายไก่ etc. แล้วทีมเพื่อนร่วมงานก็แรนดอม อาจจะได้ทำกับคนไทยบ้าง ต่างชาติบ้าง(ผิวสีส่วนใหญ่เลยนะ) หรือไม่ก็ต่างชาติหมดเลยดีร้ายปปะปนกันไปแต่อย่าไปกลัวนะคะ อย่างน้อยก็คิดว่าฝึกภาษาก็ได้ค่ะ ส่วนเวลาทำงานก็แล้วแต่เกมค่ะส่วนมากเริ่มงาน บ่าย4-10.00 น. ไปเลยค่า แล้วแต่วันนะๆ (ทำงานที่นี่จนดูเกมเบสบอลเป็น ไม่ธรรมดา5555) นักเบสบอลและลูกค้าเป็นกำลังใจในการทำงานค่า
TIP: ก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นทำงานอะไร และหัวหน้างานเขาเป็นคนใจกว้างไหม อันที่จริงมันก็จะมีบ้างนะคะที่เพื่อนร่วมงานแบ่งไม่เท่ากัน แต่บางคนเขาใจดีก็ให้เราเยอะมากๆ ซึ่งทำได้ทิปเยอะๆก็block party , ขายไก่ค่ะ 25$ อัพ แล้วก็มี OT เป็นการแร็พฮ็อตด็อคสุดปัง

Second job: หายากค่ะถ้าไม่รีบหาแต่เนิ่นๆ และไม่เหมาะต่อการมาทำงาน 2-3 ซักเท่าไหร่เพราะตารางงานเราไรงี้แต่คนหาได้ก็มีนะคะ ไม่เลือกงานไม่ยากจนค่ะ และใช่ค่ะ อิฉันไม่ได้ทำงานสองค่ะ5555 ปล. เราว่าถ้าอยากมาหาเงินหรืองาน2,3 ลองทำรัฐอื่นดีกว่า

อาหาร&ที่พัก: อาหารคือเราทำเองส่วนใหญ่ (มีครัวเล็กๆ)แต่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องครัว ร้านอาหารไทย,ญี่ปุ่น ชาบู ,ชาไข่มุกก็มีนะ  ที่นี่มีร้านขายพวกอาหารเอเชียให้เราไปซื้อมาทำได้ค่ะแต่ราคาสินค้าบางอย่างก็สูงเช่นกันแนะนำให้เอาของกินไปบ้างก็ดีค่ะที่เราชอบ น้ำพริกไรงี้ ส่วนที่ทำงานก็จะมีอาหารให้เราทานฟรีค่ะ ใน break room และร้านอาหารอร่อยๆก็มีเยอะ ในส่วนของที่พักเราได้ที่พักในเขตมหาวิทยาลัย  (ไม่มีอุปกรณ์เครื่องนอนใดๆ)ซื้อเองหมด ค่อนข้างแพง เราอยู่กับเมทคนไทย  ที่พักก็ปลอดภัยอยู่นะคะ  และสามารถเดินไปทำงานได้หรือบัส(ของมหาลัย)ไปลงใกล้ๆสนามเบสบอลได้ค่ะ

รีวิวที่เที่ยว: ในคลีฟแลนด์ค่อนข้างมีที่เที่ยวในDowntownน้อย อยากช็อปปิ้งก็มีOutletอยู่ที่นึง อากาศดี ค่อนข้างสงบ ชอบนะรู้สึกเฟรช555เดินได้สบายๆ แต่แบบรัฐข้างๆที่ติดกันมีที่เที่ยวเยอะมาก อย่างเช่น รัฐนิวยอร์ค,ชิคาโก้,มิชิแกน เป็นต้น และวันday off เราก็มีโอกาสได้ไป Chicago,New york และ San Francisco(โฮมเลสดุมากค่ะ ให้ระมัดระวัง) กลับพี่ๆในโครงการ  ขากลับแวะญี่ปุ่น เกือบหมดตัวจ้า เหลือกลับไทยนะแต่น้อยมากๆ;_;  และวางแพลนเที่ยวดีๆ

WAT2019 เป็นอย่างไร: เราว่าเป็นการหาประสบการณ์ที่สอนเราหลายๆอย่างเลยนะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เจอคนที่สามารถสอนอะไรเราได้หลายอย่าง และมันก็มีบ้างที่บางวันมันก็เหนื่อยและท้อ แต่มันก็คุ้มมากนะเพราะว่าแบบเราว่าของกินอร่อย อาหารสายตากรุบๆ พี่ๆคนไทยส่วนใหญน่ารักและมีความเป็นผู้ใหญ่มากเพราะเราเพิ่งปี1 เอง  และจากช่วงแรกๆเราฟังสำเนียงคนผิวสีไม่ออก เขาจะพูดเร็วๆ ดูย่อคำหน่อย แต่เวลาผ่านไปมันฟังได้ดีขึ้นอะ และศัพท์ด้านของใช้ดีขึ้นนะ มันได้ประสบการณ์อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราปรับมุมมองยังไง (อย่าลืมทำเงินในธนาคารให้เป็น 0 ก่อนกลับไทย)

สุดท้ายนี้ขอบคุณโครงการ ALC และพี่ๆในโครงการที่ไปด้วยกันทุกคนมากๆ แบบช่วยเราเยอะมาก5555 แต่บางอย่างก็ต้องทำเอง จากที่ไม่เคยทำเลยในงานนี้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้โตขึ้นจริงๆค่ะ

Facebooktwittermail

น้องสอง ดวงกมล

น้องสอง ดวงกมล ( มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ )
Schlitterbahn WATERPARK, NEW BRAUNFELS, TX
Summer Work and Travel 2019

เกริ่นก่อนว่ามีน้องๆหลายคนทักมาถามเราเกี่ยวกับเวิร์คเยอะแยะมากมาย เราก็เลยเอาคำถามมัดรวมกันไว้ กะว่ามันสุกแล้วจะมาตอบ 55555 คือ อ่านมาถึงตรงนี้ น้องๆหลายคนปิดหนีแล้วนะ แต่ช้าก่อนจ่ะ อยู่ด้วยกันก๊อนนน ส่วนที่สำคัญๆเราจะพยายามอธิบายให้ได้ใจความที่ซู้ดด แต่ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ
ก็หลังไมค์มาอีกทีเน้อ ป่ะ! เริ่ม!

REVIEW (PART I ช่วงเตรียมตัวก่อนไป) 
สำหรับคนที่สนใจน้า คร่าวๆเลย คือต้องเป็นนักศึกษา ป.ตรี หรือ ป.โท ไปได้ตั้งแต่อายุ 18 แต่ไม่เกิน 28 ปีจ้า
VISA มันจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือนนะ คือทำงาน 3 เดือนแล้วหลังจากวัน End date เราจะอยู่เที่ยวต่อได้อีก 1 เดือนเต้าอั้น 

เรื่องการเตรียมตัว เริ่มจาก เลือก agency ที่มีอยู่มากมาย ตอนนั้นเราตีตารางเปรียบเทียบโปรโมชั่น ราคาโครงการ วิธีเลือกงาน serviceต่างๆ รีวิวที่มีบนโลกอ่านมาให้หมด แล้วดูว่าอันไหนถูกจริตมากสุด สุดท้ายมาจบที่ american learning ตามเพื่อน 55555 คือตารางที่ทำเกือบไม่มีความหมายค่ะท่านผู้ชม แต่ข้อดีของที่นี่เราว่าพี่ๆดูแลค่อนข้างดี คุยง่าย ข้อเสียคืองานไม่ค่อยมีให้เลือกเท่าที่อื่น แต่อันนี้อาจจะเพราะเราสมัครช้าด้วย คือถ้าใครสมัครเร็วมันก็จะได้โปรโมชั่นลดราคาเยอะ แล้วเลือกงานได้มากกว่า ซึ่งก็ต้องศึกษาว่าแต่ละที่เป็นยังไงอีกทีนะ

ค่าใช้จ่าย เรื่องใหญ่ที่ใครๆถามกันมาเย๊อะ ของเราหมดไปประมาณ 130,000 บาทเหงื่อแตกกันเลยทีเดียว ก็จะมีค่าสมัคร, ค่าโครงการ, ค่า Visa Package, ค่าตั๋วเครื่องบิน และ Pocket money $500 แล้วก็ ค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อของจัดกระเป๋า ซึ่งมันจะเป็นแบบแบ่งจ่ายทีละงวดๆ ตามขั้นตอนจ้าไม่ต้องกังวลไป (ปล.ขั้นตอนหลังเลือกagency เราอาจจะไม่ได้ลงdetailมากนะ พวกเอกสารเพราะมันตามระบบอยู่แล้ว แต่สงสัยไรก็ถามมาจ้า)

มาถึงเลือกงานมันก็จะมีพวกร้านอาหาร หรือ Fast Food ได้ใช้ภาษา มี Tips ด้วยนะ แต่ก็แล้วแต่ตำแหน่งที่ทำ หรืองาน House งานแม่บ้านจ้า เขาว่ากันว่างานหนัก แต่ก็มีtip(บางที่)นะ ส่วนอันตัวน้องทำ Lifeguard จ่ะ คนส่วนมากถามว่าที่ไปอยู่ตามชายหาดรึป่าว เราก็จะมาเล่ากันใน part ต่อไป

งานก็มีประมาณนี้ เอาคร่าวๆเน้าะ พอเลือกงานได้ก็มาด่านสัมภาษณ์งาน อันนี้ก็พกความมั่นใจมาเยอะๆ ฝึกฟังฝึกพูดมาสักหน่อย จะได้ไม่ตื่นเต้น เอาจริงส่วนมากเราว่าถ้ามั่นใจ เอาตัวรอดได้ก็ไม่น่ามีปัญหา บางงานเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะพูดได้เก่งไรขนาดนั้น แต่เตรียมคำถาม basic เอาไว้บ้าง เพราะส่วนมากเขาก็ถามๆกัน อย่างเคยฝึกงานด้านนั้นๆมามั้ย เรียนอะไรอยู่ บลาๆ
พอได้งานแล้วก็ด่านVISAจ่ะ ระทึกใจสุดแล้วหละ สำหรับคนอังกฤษกลางๆอย่างเรา เราก็จดคำถามที่เคยถามกันมาตั้งแต่เรียนที่ไหนยันแมวกับหมาชอบอะไร อันนี้งงมาก 555 เตรียมคำตอบสวยๆไว้ด้วย วันนั้นก็มั่นใจ ตั้งใจฟังให้ดี รีวิวที่บอกคนนั้นคนนี้โหด บอกตัวเองว่าเราทำได้! ก็ชนะไปครึ่งละ เพราะถ้าหน้าเลิ่กลั่กเหมือนไม่รู้เรื่อง โอกาสไม่ผ่านน่าจะมีมากกว่า ไม่ได้ยินก็พูดชัดเจนว่าไม่ได้ยิน นิ่งๆ coolๆ ซึ่งถ้าพลาดจริง เขาก็สามารถลุ้นกันได้ถึง3รอบนะ อย่าพึ่งเสียขวัญกันไป ยังไงฝึกกันมาจ้า ขอให้ได้ขอให้โดนนะ

.. อย่างที่บอกไปนะคะ ว่าทำงานเป็น lifeguard แต่ไม่ได้ทำที่ชายหาดแต่อย่างใด
ทางเราทำอยู่ที่สวนน้ำ Schlitterbahn เมือง New Braunfels อยู่ในรัฐ Texas
แค่ได้ยินชื่อรัฐก็รู้แล้วนะคะว่าร้อนขนาดไหน แต่เอาจริงก็อากาศดีกว่าไทยอยู่มาก ถ้าอยู่ไทยได้ ที่นั่นนี่จิ๊บๆไปเลยจ่ะ

เริ่มกันด้วยเรทตอบแทนนะคะ เขาแบ่งเป็น 2 แบบตาม license คือ Shallow $9/hour และ Deep – $10/hour ไม่มี OT เด้อค่า !!!! ทำงานจนตัวแตกก็เรทนี้นะคะ ความต่างของ 2 แบบนี้ ก็ตามชื่อเลยน้ำตื้นกับน้ำลึก ซึ่งส่วนรับผิดชอบบางจุดก็จะมีไว้สำหรับสาย Deep เท่านั้น จะต้องผ่านแบบทดสอบที่ยากกว่า Shallow แต่ก็ได้ค่าตอบแทนที่คิดๆแล้วคุ้มค่ามากกว่า คุ้ม

แต่กว่าจะได้ทำงานก็ต้องใช้เวลาอาทิตย์นึงได้ เพราะชื่อก็บอกแล้วเน้อะ ว่าเป็น lifeguard ดังนั้นไม่ใช่ว่าเดินเข้าไปแล้วเป็นได้เลย เขาก็จะมีการเทรนเรื่องต่างๆ CPR ,ช่วยคนจมน้ำ และมีบททดสอบทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำเหมือนกันก็มีว่ายน้ำ จำไม่ได้ว่ากี่เมตร รู้แค่ว่าว่ายเสร็จขึ้นมาหอบเล็กๆเหมือนเดินขึ้นตึกชั้น3 แต่ถ้าใครอยากเป็นdeep ว่ายต่อไปเลยค่ะ อธิบายอาการได้ว่าขึ้นมาขาสั่นนิดๆเลย แล้วก็จะมีทดสอบการช่วยชีวิตแบบกลุ่มโดยใช้บอร์ด อธิบายให้เห็นภาพได้ยาก เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ต้องลองไปทำนะคะ 55555 ขายของซะงั้นเน้อะ แล้วก็จะมีข้อเขียนทฤษฎีต่างๆ + ช่วยชีวิตเล็กๆน้อยๆ ตามสไตล์เด็กน้ำตื้น ส่วนนอกเหนือจากนี้ก็เป็นการทดสอบของ เหล่าdeep มันก็จะมีลอยตัว1นาที ลอยแบบตัวตั้งนะ หัวเหนือน้ำ อันนี้ยากมากกกก คนไทยคือสภาพบะลั่กๆๆๆ แต่เพื่อนต่างชาติลอยกันนิ่มๆ เหมือนยืนทำเลยจ่ะ ยังมีเก็บของใต้น้ำ และทดสอบการช่วยชีวิตแบบต่างๆในน้ำลึกอีกนะ แต่เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้ว

 ต่อมาเรื่องชั่วโมงงานขั้นต่ำ ไม่นับว่าป่วยหรือเกิดอยากท้องเสียขึ้นมาดื้อๆ ก็จะได้ประมาณ 55 hours/week หรือใครอยากทำงานกันเหมือนมีหนี้ ก็จัดไปแบบเต็มๆ 7 วัน เฉลี่ยก็ประมาณ 77 hours/week ได้เช่นกัน
สวัสดิการต่างๆ ก็จะมีรถรับ-ส่ง เราไม่แน่ใจว่าฟรีมั้ย เพราะเขาก็ไม่ได้เก็บเพิ่ม แต่ก็ไม่รู้ว่าเก็บไปแล้วรึป่าวนะ เอ้า! งงไปหมดดด นอกจากนี้เรายังสามารถเล่นสวนน้ำได้ฟรี!!! อันนี้เหมือนจะดีนะ แต่เราเล่นไป1ครั้งถ้วน 555555 เพราะในวันday off ทางเราเน้นกิน เที่ยว shopping และนอนมากกว่า เรื่อง bonus ก็จะมีเสื้อฟรี บัตรเล่นสวนน้ำฟรี เป็นทำนองนี้ไป

 ของแถมที่ได้จากการทำงานก็จะมีผิวไหม้แดด ดูได้จากภาพประกอบคือหูลอก และความแทนแทนของขา มากไปกว่านั้นก็น้ำกัดเท้า ลอยขีดข่วนต่างๆ และกล้ามขาแบบแน่นๆ จากไทยมาอย่างนุ่มนิ่ม กลับไทยไปอย่างแข็งแกร่งแน่นอนค่ะ

สรุปแบบสวยๆ งานนี้เราว่าได้ใช้ภาษาค่อนข้างเยอะ เพราะเราทำงานกับต่างชาติทุกวัน อย่างน้อยๆต้องได้เรื่องการฟัง ความกล้าที่จะพูดมากขึ้น ฝึกความอดทนทั้งจิตใจและร่างกาย ได้เพื่อนต่างชาติด้วยนะ อย่างเรามีเพื่อนทั้งอเมริกา โดมินิกัน จาไมก้า จีน ตุรกี สเปน โคลัมเบีย มองโกเลีย และเพื่อนใหม่ที่เป็นคนไทย น่าจะเท่านี้แหละ เป็นประสบการณ์ที่ครบรสมากๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ไปที่นี่นะ แม้จะได้เงินมาน้อยกว่าที่อื่น แต่ถ้าใครอยากลองประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่คิดว่าจะได้ทำที่ไทย ก็อยากให้ลองศึกษาดู หรือทักมาถามเราเพิ่มเติมได้นาจา 

Facebooktwittermail

น้องน้ำหวาน กัณชรีย์

น้องน้ำหวาน กัณชรีย์
( มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ )

Baitong Restaurant, Redmond, WA

Summer Work and Travel in 2019

สวัสดีค่า เราชื่อ น้ำหวาน ค่ะ ไป Work and Travel กับ American Learning ที่ร้านอาหาร Baitong Thai Restaurant รัฐ Washington ค่ะ ได้ทำงานเป็น Busser ทำหน้าที่เก็บจาน เก็บโต๊ะ จัดโต๊ะ เป็นต้น ที่สาขา Issaquah พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนใจดี เป็นกันเองมากๆ ช่วยเหลือทุกอย่าง ทำให้การทำงานสนุก มีสีสัน มีแต่เสียงหัวเราะ ไม่น่าเบื่อเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย แต่เพื่อนร่วมงานก็มีชาวต่างชาตินะคะ ซึ่งการได้ทำงานและคุยกับเพื่อนๆชาวต่างชาติก็จะทำให้เราสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษของเราได้เยอะขึ้นมากเลยค่ะ

ในส่วนของบ้านพัก อยู่ในตัวเมือง Bellevue ค่ะ พักบ้านเดียวกับนายจ้างเลย (นายจ้างใจดีมากๆค่ะ เป็นกันเอง ช่วยเหลือเราทุกอย่าง) ห้องที่ได้นอนกับรูมเมทอีก 1 คน 

เป็นห้องใหญ่ มีห้องน้ำในตัว บ้านใกล้ห้างสรรพสินค้ามากค่ะเดินไปได้เลย พี่ๆที่บ้านทุกคนก็ใจดี ถ้าวันไหนที่พวกพี่ๆเขาว่าง ก็จะขับรถไปส่งเราไปทำงานค่ะ หรือบางทีเมเนเจอร์ก็จะขับรถมารับเราไปทำงาน

แต่โดยปกติแล้วการเดินทางไปทำงานก็จะต้องขึ้นรถ Bus ไปนะคะ (กรณีที่ต้องไปด้วยตัวเอง) ที่สาขา Issaquah ต้องขึ้นรถ Bus ไป 2 ต่อ ซึ่งง่ายและสะดวกมากๆค่ะ

นอกจากการทำงานแล้วเรายังได้ไปเที่ยวทั้งในรัฐ Washington และ Oregon (เมือง Portland) ในวันหยุด Day off อีกด้วย กิจกรรมที่ทำก็เช่น ไปเดินเขา Hiking ไป Shopping ไปทานข้าว เป็นต้น ซึ่งพี่ที่บ้านหรือเพื่อนที่ทำงานด้วยกันก็จะเป็นคนพาเราไปนั่นเอง หลังจากครบสัญญาการทำงานแล้วเรายังได้ไปเที่ยว New York และได้ไป Road trip ตามเมืองและรัฐต่างๆ ในประเทศอเมริกากับเพื่อนๆ อีกประมาณเกือบ 1 เดือน ซึ่งสนุกมาก คุ้มมาก 

Top Milwaukee
Top Milwaukee

ทุกคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ เราอยากบอกว่า ไปเลย” โครงการนี้ดีมาก ๆ ทำให้ Once in a lifetime เราเคยได้ไปประเทศอเมริกาซึ่งเป็นประเทศในฝันของหลายๆคน และอยากจะบอกว่าการเผชิญโลกกว้างมันได้อะไรกลับมาเยอะจริงๆ ทั้งมิตรภาพ ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆค่ะ

ที่ขาดไม่ได้เลยก็ต้องขอบคุณพี่ Staff ของ American Learning ทุกคนนะคะที่ช่วยดูแล เอาใจใส่ ให้คำปรึกษา
ดำเนินการเรื่องต่างๆให้เป็นอย่างดี รวมถึงการเดินทางมาเยี่ยมเราที่ประเทศอเมริกาด้วย ประทับใจมากๆค่ะ

72714020_1761311820668498_7005793135309619200_o
72432487_1761311924001821_3666109914075365376_o
75233690_1761311520668528_5030114720384811008_o
Facebooktwittermail

น้องปุน ปุญฤทธิ์

น้องปุน ปุญฤทธิ์
( มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)
Kalahari Resort, Wisconsin Dells, WI
Summer Work and Travel in 2019

รีวิวสำหรับคนไม่ชอบอ่านเนื้อหาเยอะๆ(แบบเรา)

  • ที่ทำงาน: Kalahari Waterpark Wisconsin Dells
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รวม Pocket Money): ฿140,000
  • Position: Life guard
  • Rate: $10.5/ชม.
  • OT Rate: $15/ชม.
  • Housing:$95/สัปดาห์ ห่างจากที่ทำงานประมาณ 10 นาที
  • Agency: ALC (American Learning)
  • About Wisconsin Dells:เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ๆ ออกแนวป่าและแม่น้ำ ส่วนตัวเราชอบมากกับเมืองนี้ อยู่ไม่ไกลจากชิคาโก้นั่งรถไปประมาณ 3 ชม.
  • About job: หลักๆเลยก็คือเดินตามสปอตที่ซุปแจกมาให้ สปอตละประมาณ 45 นาทีแล้วโรเทต อาจจะมีต้องไปคุมสไลเดอร์บ้างแล้วแต่ซุปจะจัดมาให้ในแต่ละวัน ถ้าใครมีใบเซอร์สำหรับสปอตพิเศษอย่างเช่น flow rider (เล่นเซิฟ) หรือพวกสไลเดอร์ที่ค่อนข้างน่ากลัวหน่อยก็จะไม่ค่อยน่าเบื่อเท่าไหร่เพราะว่ามีสปอตให้วนเยอะขึ้นมาหน่อย ของเรามีใบเซอของ flow rider เลยโชคดีหน่อยที่อาจจะได้ OT เพิ่มขึ้นมาเพราะบางวันจะมีลูกค้ามาติดต่อขอเรียนเซิฟแบบส่วนตัวก็จะได้เวลาเพิ่มมาประมาณ 1-1.30 ชม.+ทิป ที่แล้วแต่ลูกค้าจะให้ สำหรับเพื่อนร่วมงานและซุปเปอร์ไวเซอร์มาจากหลายประเทศมากๆส่วนใหญ่จะมากจากรัสเซีย ตุรกี จาไมก้าแล้วก็แถบลาตินอเมริกาโดยรวมๆแล้วคือดีมาก เกือบทุกคนนิสัยดีสุดๆ โคตรเป็นกันเอง เวลางานที่เราเคยได้มากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 90 ชม.ที่ได้เพราะช่วงนั้นคนยังไม่เยอะ หลังจากนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 70 กว่าถึง 80 ชม.
  • สรุป: ส่วนตัวเราโอเคกับงานนี้มาก สนุกเพราะต้องลุ้นทุกวันว่าวันนี้จะมีคนจมน้ำมั้ย ตลอดโครงการเราช่วยคนจมน้ำไป 8 คน ความรู้สึกคืออยากกลับไปทำอีกถ้ามีโอกาสคือกลับไปแน่นอน

Facebooktwittermail

น้องเมย์ ธัญญาเรศ

น้องเมย์ ธัญญาเรศ
(มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
DNC Sportservice at Progressive field, Cleveland, OH
Summer Work and Travel in 2019

เรามารีวิวงานที่สนาม Progressive Field 
รีวิว นี้สำหรับคนที่สนใจหรือ กำลังลังเลว่าจะมาดีไม่มาดี
 
มาแล้วจะคุ้มมั้ย ที่พักเป็นยังไง งานสองหายากรึเปล่า 
ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ความปลอดภัย 
เพื่อนร่วมงาน และ อีกมากมายที่หลายๆคนอยากรู้

  • Job: DNC Sportservice at Progressive Field
    Cleveland, Ohio
  • Position: Concession stand (เราทำตำแหน่งนี้)
  • Rate: $9.35/hr

ที่สนามจะมีแสตนด์ขายของต่างๆพวก Nacho ไอติม Hotdog เบียร์ โดนัท พาสต้า หน้าที่งานคือเราจะไปยืนประจำตามแต่ละแสตนด์ โดยที่เราจะรู้ว่าจะได้ทำงานที่ไหนก็คือวันที่เราทำงาน คือเขาจะมีบอร์ดแล้วมีชื่อแต่ละคนอยู่ว่าใครได้ทำแสตนด์ไหน ว่าง่ายๆก็คือลุ้นกันทุกวัน

หน้าที่งาน: ขึ้นอยู่ว่าเราได้ทำที่แสตนด์ไหน เช่นไอติม หน้าที่ ก็ตั้งแต่เปิดร้าน ตักไอติม ล้างอุปกรณ์ บางครั้งก็ต้องถูพื้นด้วย


TIP: ติ๊บหรือเงินพิเศษบางวันก็ได้บางวันก็ไม่ได้เลย อย่าไปหวังมาก เพราะบางครั้งถ้าได้เพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีเขาก็ไม่แบ่งเราเลยจ้า แต่จะมีบูธที่ได้ติ๊บเยอะๆเลยคือ Block party จะมีเฉพาะวันศุกร์กับเสาร์ เขาจะวนเด็กไทยไปลงครั้งละ 4 คน บางวันได้ติ๊ปมากถึง $30-40/คน
Dollar dog: คือวันที่สนามขาย Hotdog อันละ $2 วันนั้นคนจะมาซื้อ dollar dog เยอะมากๆแบบมากๆแต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าวันนั้นเขาจะนัดเราแต่เช้า ประมาณ 09.30 เพื่อไปห่อ Hot dog ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม

เวลาทำงาน: ทางสนามจะมีตารางเกมมาให้ว่าวันไหนมีเกมบ้าง วันที่มีเกมคือวันที่เราต้องไปทำงาน ซึ่งแต่ละเดือนแต่ละวีคตารางจะไม่เหมือนกัน เวลาก็ไม่เหมือนกันด้วย ตรงนี้ทำให้เราจะหางาน 2 ได้ยาก เพราะเราไม่มีวันเวลาทำงานที่แน่นอน ส่วนใหญ่เวลาจะมี 2 ช่วง คือช่วงเช้า 09.30 และช่วงบ่ายคือ 13.30 ซึ่งตามที่บอกว่าเวลาแต่ละวันไม่เหมือนกัน

อาหาร: ในแต่ละวันที่ทำงานจะมีเงินหรือชิบให้เรา 5 เหรียญ เพื่อไปกินอาหารที่ห้อง Dorothy dinner หรือที่เด็กไทยเรียกกันว่า Break room คือจะกินอะไรก็ได้แต่ห้ามเกิน 5 เหรียญ พวกน้ำ เป๊ปซี่ จะ $1 Pizza $2 Hotdog $1 พอกินเสร็จแล้วก็ขึ้นไปตามแสตนด์ที่แต่ละคนได้นับมอบหมาย

ที่พัก: ของเราอยู่ University studio เป็นหอพัก เดือนละ $450/คน ราคาเอาเรื่องอยู่ เราอยู่กันห้องละ 2 คน ในห้องดีอย่างเดียวคือจะมีครัวให้ นอกนั้นเป็นห้องเปล่าๆเลยจ้า ไม่มีเตียงหมอนเหมินอะไรทั้งนั้น ต้องมาซื้อเองที่นี่ ถ้าใครไม่อยากซื้อก็พกมาเองเลยจ้า

อากาศ: มาช่วงแรกอากาศเย็นสบายมากกกก 10 กว่าองศา แต่พอเข้าช่วงกลางเดือนมิถุนา อากาศร้อนมากแต่ก็ร้อนน้อยกว่าไทย แดดร้อนแต่ลมเย็น บรรยากาศรอบข้างมี่พักดีมาก มีต้นไม้ตามทาง มีกระต่ายออกมาวิ่งเล่น

เพื่อนร่วมงาน: ส่วนใหญ่ ประมาณ 95% จะเป็นคนผิวสี ก็มีดีบ้างและไม่ดีบ้างปะปนกันไป บางคนก็เอ็นดูเรา บางคนก็ไม่ชอบเราก็มี บางคนโกง Tip ที่ได้ บางคนเอาเราไปฟ้องกับ Manager คือมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะเจอคนแบบไหนเลยจ้า

การเดินทางไปที่ทำงาน: เราเดินไปประมาณ 40 นาที ไกลนิดนึงโนะประมาณ 1.7 กิโล หรือจะนั่งบัส (E-line) ไปก็ได้ ฟรีจ้า

Second job: อยากจะบอกว่าเราไม่มี Second job แงงงง ร้องไห้แล้ว แกคือเราจะบอกว่ามันหายากมากๆ เราเดินทุกซอกทุกมุมเข้าทุกร้าน คือไม่ใช่มันหายากอะไรขนาดนั้น แต่ประเด็นเลยคือ ตารางงานเราที่ไม่แน่นอน ทำให้เขาจัดสรรเวลาให้เราไม่ได้ เพราะตารางงานเราจะออกอาทิตย์ต่ออาทิตย์ เลยทำให้หางาน 2 ยากมาก ส่วนใหญ่เขาก็จะให้กรอกใบสมัครทิ้งไว้แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับ แต่เงียบหายไปเลยจ้า แต่เราก็เข้าใจเขานะ ด้วยความที่ตารางงานมันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ด้วย

แหล่ง Shopping: มีที่เดียวจ้าคือ Aurola outlet ของถูกมากแบบมากๆ ตอนเราไป coach ลด 70% แต่เสียอย่างเดียวคืออยู่ไกลมากกก ต้องเรียก Uber ไปนะนั่งรถไปก็ประมาณ 30 นาที

สถานที่เที่ยว: Rock and roll hall of frame, West side market, Cleveland museum of art, Cleveland museum of natural history

มาทำงานที่ Progressive field ดีมั้ยเราว่าถ้าคนที่อยากมาเที่ยว ไม่ได้ตั้งใจมาโกยเงิน อยากทำงานรวดเดียว 1 อาทิตย์แล้วมีเวลาหยุดพักอีก 1 อาทิตย์ หรือคนที่อยากมาใช้ชีวิตที่นี่ เน้นไปเที่ยว เราแนะนำว่าควรมา แต่ถ้าจะมาโกยเงินเราว่าเลือกงานอื่นดีกว่าจ้า

สุดท้ายฝากเพจ MaybeSomewhere ไว้ด้วยจ้า
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบถึงตรงนี้จ้า ใครมีอะไรสอบถามเราเพิ่มเติมได้เลยจ้า

Facebooktwittermail

น้องอิม กฤติยา

น้องอิม กฤติยา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
Dells resort, wisconsin dells, wi
Summer Work and Travel 2019

สวัสดีค่า อิม ค่ะ ไป Work&Travel มาในปี 2019 ที่รัฐ Wisconsin

  • ทำงานที่ Dells Resort      
  • ตำแหน่ง Housekeeper
  • รายได้ 8$ /Hr.          
  • ค่าบ้าน 85$/Week

เลือก American Learning เพราะรู้จักจากรุ่นพี่คณะค่ะ ว่าพี่ๆเขาดูแลดีมาก คอยตามเอกสารตลอดไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ตัวจะไม่ได้เข้าไปที่ออฟฟิศเลยก็ตาม พอได้เลือกแล้วก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เป็นอย่างที่รุ่นพี่บอกเลยจริงๆ พี่ๆ American Learning ดูแลเราดีมาก ประหนึ่งญาติมิตรสนิทกัน ดูแลตั้งแต่เอกสารตั่งต่าง ไหนจะช่วยติวเพื่อเตรียมความพร้อมสัมภาษณ์งานกับนายจ้างยันวีซ่าอีก ปรึกษาปัญหาชีวิตเลยยังได้ 555 แถมวันที่เราเดินทาง พี่ๆก็ตามไปส่งถึงสนามบินด้วยค่ะ น่ารักมาก ที่ยังประทับใจจนถึงทุกวันนี้ก็คือความสามารถของพี่ๆในการจำชื่อน้องๆทุกคนที่สมัครเข้าร่วมโครงการค่ะ จำได้แค่ชื่อไม่พอ จำได้ยันงานที่ทำอีก อยู่รัฐไหนอะไรยังไงบลาๆๆ แบบเห้ย อะเมซิ่งมาก! รู้ได้เลยค่ะว่าพี่ๆทุกคนใส่ใจน้องๆมากแค่ไหน

ขอบอกก่อนเลยค่ะว่าเมือง Dells ที่เราได้ไปอยู่และทำงานตลอด 3 เดือนกว่านั้น เป็นเมืองที่เงียบสงบมากกกก สายปาร์ตี้หรือสายหลงแสงสีตึกสูงๆอย่างเราๆอาจไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่อย่าเพิ่งได้ Bias ไป เพราะเมืองนี้กลับมีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะมากจริงๆ รู้สึกตัวอีกทีก็เผลอหลงรักจนอยากกลับไปเที่ยวอีกครั้งไปซะแล้ว เมืองนี้นอกจากทุ่งนาแล้วก็มีจุดเด่นอยู่ที่สวนน้ำค่ะ เรียกได้ว่าเป็น City of Water parks เลยก็ว่าได้ เพราะสวนน้ำเยอะมากกกกก เยอะไม่พอน่าเล่นอีกต่างหาก สวนน้ำเมืองไทยนี่เบๆไปเลยทีเดียว และจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงซัมเมอร์ เล่นได้เล่นดี เล่นมันทั้งวัน! และเมืองนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่สวนน้ำ! เห็นเงียบๆแต่กิจกรรมที่มีให้นักท่องเที่ยวและชาวเราสามารถไปจอยเยอะมาก ทำเป็นเล่นไป มีทั้งสวนสนุก
สวนสัตว์ สวนกวาง โชว์สกีน้ำ โดดหอ ตีกอล์ฟ ร่องเรือส่องสัตว์ชมธรรมชาติ โยนโบว์ลิ่ง ขับโกคาร์ท ที่พูดมานี่ยังไม่หมดเลยด้วยซ้ำ แค่ยกมาเป็นน้ำจิ้มเบาๆเอง เพราะกิจกรรมมีเยอะอย่างที่บอกจริงๆ ไหน
จะร้านอาหารที่มีอยู่มากมายเต็มเมืองอีก เยอะจนชนิดที่ว่าอยากจะไปตามเก็บทุกที่ทุกร้านให้ครบเลยทีเดียว ถ้ามีเวลาและเงินที่มากพอ ด้วยความที่ Dells เป็นเมืองท่องเที่ยว ใน Downtown จึงมีศูนย์บริการรับทำ Entertainment Card ให้สำหรับนักท่องเทียวและเด็กที่มา Work&Travel (J1) ซึ่งคุ้มค่ามากๆ จ่ายแค่ 15$ ก็สามารถเล่นกิจกรรมต่างๆได้ตามที่มีในบัตร ได้เล่นฟรีกี่ครั้งๆก็ว่าไป แถมยังใช้เป็นส่วนลดสำหรับร้านอาหารหรือช้อปปิ้งตามร้านค้าได้อีกต่างหาก ในวัน Day off จะไปเล่นโน่นเล่นนี่ทีแทบไม่ต้องเสียตังเลย เพียงแค่พกบัตร Entertainment Card ไป ก็สามารถเดินสวยๆเข้าไปเล่นได้ตามที่ต้องการเลยจ้า ก็คือเสียเงินทำบัตร 15$ แต่เล่นไปแล้ว 300$ คุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีก เริ่ดไม่หยุดจริงๆ มิสซิส Dell ในส่วนของผู้คนที่นี่ เด็ก WAT เหมือนๆกับเรานี่อยู่กันเต็มบ้านเต็มเมืองเลยค่ะ มีหลากหลายเชื้อชาติมากที่เข้ามาทำงานที่เมืองนี้ ในส่วนของเด็กไทยก็เยอะไม่แพ้กัน แต่ทุกคนที่เจอเฟรนด์ลี่มากๆ ทักทายยิ้มแย้มให้แม้ไม่รู้จักกันตลอด

พูดถึงเมืองไปแล้วมาพูดถึงที่ทำงานกันบ้างดีกว่า Dells Resort อันนี้เป็นชื่อบริษัทใหญ่ ซึ่งจะแบ่งซับเซ็ตของโรงแรมออกเป็นอีกสองที่ ที่แรก American Resort and Campground คือที่ที่เราทำงานเองค่ะ เป็นที่พักที่มีรูปแบบห้องพักให้บริการหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแบบโรงแรม, Treehouses , Cabins , บ้านหลังพร้อมเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ลานสำหรับให้เช่าจอดรถบ้าน ที่สามารถออกมาตั้งแคมป์ไฟปิ้งย่างกันตอนกลางคืนได้ตามอัธยาศัย และสระลากูนที่เพิ่งทำเสร็จสดๆร้อนๆ เพื่อให้แขกที่เข้าพักสามารถมาเล่นน้ำคลายร้อนหรืออาบแดดได้ อีกที่หนึ่งคือ River Inn ตามชื่อเลยค่ะ เป็นโรงแรมที่ติดริมแม่น้ำของเมือง จะตั้งอยู่ใน Downtown สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำสวยๆงามๆได้จากห้องพักเลย งานของเราคือเป็นแม่บ้านดีๆนี่แหละ คอยทำความสะอาดห้องที่แขกเข้าพักในโรงแรมในทุกๆวันเหมือนกันทั้งสองที่ หัวหน้าแม่บ้านจะคอยลิสต์ห้องและตึกที่ต้องทำให้ในตอนเช้า ช่วงไปใหม่ๆงานยังมีไม่มาก เพราะยังไม่เข้าซีซั่นแขกเข้าพักน้อย ชอบโดนไล่กลับบ้านอยู่บ่อยๆ เผลอๆ Day off แบบสายฟ้าแลบ แต่พอเข้าซีซั่นแล้ว ทำงานกันจุกๆเลยค่ะ ทั้งห้องที่ Check-out และ Stay over หรือต้องคอยเซอร์วิสแขกบ้าง บางวันทำมากกว่า 1 ชั้น 1 ตึก แต่ในความหนักหน่วงของงานก็ยังมีทิปและของกินกรุบกริบๆคอยปลอบโยนให้หายเหนื่อย ทำงานไปสักพัก หัวหน้าแม่บ้านก็ชวนให้ทำงานสอง นั้นก็คืองานซักรีด ทำหลังจากทำงานแม่บ้านเสร็จ งานนี้จะต้องคอยซักผ้า พับผ้า เก็บผ้าเข้าชั้น ก็คือเคลียร์ผ้าที่ใช้แล้วในแต่ละวันนั่นเอง เป็นงานไม่หนักมาก ได้เก็บชั่วโมงงานเพิ่มไปในตัว เด็กไทยที่มาด้วยกันบางคนก็มีทำงานร้านอาหารที่อยู่ในเครือของโรงแรมต่อในช่วงเย็นด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กเก็บโต๊ะ ผู้ช่วยเชฟ ล้างจาน งานสองงานสามนี่ขึ้นอยู่กับความขยันและสภาพร่างกายล้วนๆเลย แต่โดยภาพรวมแล้วพวกเราเด็กไทยแทบจะเป็นทุกอย่างให้ที่โรงแรมแล้วจริงๆ 

การมา WAT ครั้งนี้เราคิดว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีมากที่ได้เจอเพื่อนร่วมงานดี ไม่ว่าจะคนไทยหรือคนต่างชาติ แม้กระทั่ง HR ก็ดีแบบดีมากจนไม่รู้จะหาคำไหนมาสรรเสริญแล้ว วันที่เรามีปัญหาหรือต้องการอะไรต่างๆ HR จะคอยช่วยเหลือเราตลอด ไม่เคยปล่อยให้เราแก้ปัญหาเองเลย ส่วนตัวค่อนข้างชอบโลเคชั่นที่พักมาก เพราะอยู่ตรงข้ามที่ทำงาน เดินข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางไปทำงานเหมือนอีกโรงแรมอีกที่นึง ซึ่งค่อนข้างต้องใช้เวลาในการเดินทางพอสมควร ตลอดระยะเวลา 3 เดือนกว่าที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่างไม่สามารถหาได้จากในไทย พอได้ลองออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองมันเลยทำให้เรารู้จักความต้องการของตัวเองมากขึ้น อยู่ที่นี่เราบอกกับตัวเองเสมอว่าร่างกายของเราคือเครื่องมือหาเงิน ถ้าเราป่วยเราจะไม่ได้ชั่วโมงงาน เงินก็จะหายไป ทำให้เราหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น และเราไม่เคยอิจฉาคนที่ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักเพื่อแลกกับเงินที่มากกว่าเลย แต่เรากลับอิจฉาคนที่ทำงานอย่างพอดีและมีเวลาได้ใช้ชีวิตมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญมากกว่างานและเงิน ก็คือการมีเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนและทำได้ในสิ่งที่ต้องการค่ะ

หลังจบงานก็ได้ไปเที่ยวต่อที่ Chicago , San Francisco และ Los Angeles กับเพื่อนที่คณะ เวลาในตอนนั้นมันเหมือนกับเป็นรางวัลชีวิตหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอด ได้ไปเห็น ได้ไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอเมริกาด้วยตัวเอง ถึงแม้จะได้ไปไม่กี่ที่เองก็ตาม แต่เป็นอะไรแฮปปี้มากกก มากซะจนไม่อยากกลับไทยไปพบกับความจริงเลย ชอบทุกอย่างที่ได้เจอจริงๆ ทั้งผู้คน อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ประทับจิตประทับใจมากจนรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เกิดมาเลยค่ะ 5555555

Facebooktwittermail

น้องดรีม ดนยา

น้องดรีม ดนยา
( มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ )
Six Flags Hurricane Harbor, Arlington, TX
Summer Work and Travel 2019

Agency: American Learning (ALC)

งาน: Six Flags Hurricane Harbor รัฐ Texas 

ตำแหน่ง: Deep Water Lifeguard

บอกก่อนว่าเราอ่อนภาษามากๆ ทดสอบภาษา 3 รอบจ้ากว่าจะผ่านเพราะตอบอะไรแทบไม่ได้เลย แฮะๆพอผ่านแล้วพี่ๆก็จะเอางานมาให้เลือกจ้า งานหลากหลายและเยอะแยะมากมาย พี่ๆALCก็น่ารักมาก เห็นว่าเราอ่อนภาษาก็แนะนำงานไลฟ์การ์ดให้เราจ้า ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นงานที่ภาษาไม่ต้องแข็งแรงมาก ว่ายน้ำเป็นก็พอ เราเลยตัดสินใจเลือกงานไลฟ์การ์ดที่ Six Flags Hurricane Harbor

การสัมภาษณ์งาน นายจ้างบินมาสัมภาษณ์งานกันที่ไทยเลยจ้า การสัมภาษณ์เป็นแบบกลุ่ม คือ นายจ้างจะถามคำถามแล้วให้ไล่ตอบทีละคน ด้วยความที่อ่อนภาษามากเราก็ไปล่กใส่พี่ๆ ALC จ้า เพราะกลัวสัมไม่ผ่านมากๆ พี่ก็ให้เราเข้าไปบริษัทฯ ไปติวคำถามคำตอบให้ ประหนึ่งเกร็งข้อสอบกันเลยทีเดียว น่ารักสุดๆ 

(ใครที่อยู่ปี4ทำโปรเจคทำให้ยุ่งๆเหมือนเราก็จะไม่ค่อยมีเวลาดูเรื่องเอกสารที่ต้องยื่นก็ไม่ต่องห่วงเลย พี่ๆค่อยดูแล คอยเตือนเราตลอดว่าเอกสารอันไหนเรายังไม่ส่ง) 

พอมาถึงวันสัมภาษณ์ คำถามที่นายจ้างถามเราไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็มีคำถามที่เราฟังไม่รู้เรื่องด้วย แต่เนื่องจากเป็นการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม เราเลยแอบฟังคำตอบของเพื่อนแล้วเดาคำถามเอา (เราขอเพื่อนๆ นั่งริมเพื่อจะได้ตอบคำถามคนสุดท้าย คือ ต้องขอบคุณเพื่อนทุกคนมาก) และเราสมัครไปตำแหน่งไลฟ์การ์ดเลยต้องมีการทดสอบว่ายน้ำด้วย

การสัมภาษณ์วีซ่า กังวลหนักกว่าสัมงานอีกจ้า แต่โชคดีหลังจากวันที่สัมงานได้รู้จักเพื่อนๆ แล้ว เพื่อนก็ช่วยเกร็งคำถามวีซ่าให้เรา คำถามที่เราโดนถามตอนสัมวีซ่ามีแค่ไม่กี่คำถาม อายุเท่าไหร่ ?, เรียนที่ไหน?, จะไปทำงานตำแหน่งอะไร?, ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?, รู้จักCPR ไหม ประมาณนี้ 

ตัดภาพมาอีกทีตอนถึงเมกาเลยแล้วกันเนอะ บ้านที่พักอยู่ดีมากก็สมราคา ($140/week รวมค่ารถรับส่งไปทำงาน) บ้านมีห้องนอน2ห้อง ห้องน้ำในตัว มีห้องครัว 

และพื้นที่เหมือนเป็นห้องรับแขก อยู่กัน5คนเป็นคนไทยหมดเลย จากบ้านสามารถเดินไปวอลมาร์ทได้ (Walmart เล็กเดิน 10 นาที วอลมาร์ทใหญ่เดิน 30 นาที) และที่พักกับที่ทำงานใช้เวลาเดิน 15 นาที

พอถึงวันเริ่มงานวันแรกก็รีบตื่นแต่เช้าแต่งตัวไปทำงาน พอไปถึงปุ๊บก็โดนกรอกเอกสารต่างๆเต็มไปหมด สรุปคือวันแรกยังไม่ได้เริ่มงาน มีแค่ให้กรอกเอกสารกับอธิบายรายละเอียดต่างๆ แล้วก็กลับบ้าน

วันที่ 2 ก็ยังไม่ได้เริ่มงาน เนื่องจากไลฟ์การ์ดต้องเทรนการช่วยชีวิตก่อน ทั้งการทำ CPR ผายปอด

วันที่ 3 ก็ยังไม่ได้เริ่มงานอีกเช่นเคย ยังคงเป็นการสอนนู้นนี่นั่น และทดสอบว่ายน้ำ โดยต้องว่ายน้ำไปที่อีกฝั่งของสระ (น่าจะประมาณ 50 เมตร) ถ้าต้องการเป็นไลฟ์การ์ดน้ำลึกต้องว่ายไปกลับ 5 รอบ ( ไปนับ1กลับนับ2 แอบกระซิบว่าไลฟ์การ์ดน้ำลึกได้เงินมากว่าน้ำตื้นนะเออ ) 

ต่อไปนี้เราจะขอเล่าการทดสอบและการฝึกต่างๆของน้ำลึกทั้งหมดเนื่องจากเราเป็นไลฟ์การ์ดน้ำลึก หลังจากว่ายน้ำ5รอบเสร็จก็โดนพาไปที่สระลึก 12 FT เพื่อไปทดสอบการดำน้ำเก็บอิฐจากก้นสระ สุดท้ายคือการลอยตัวในน้ำโดยห้ามใช้มือช่วย หลังจากทดสอบทุกอย่างเรีบยร้อยก็โดนจับมาเทรนเป็นไลฟ์การ์ดน้ำลึกจ้า โดยจะมีการสอนช่วยคนจมน้ำแบบต่างๆ ว่าต้องแบบไหนยังไง ห้ามทำแบบไหน พอเทรนเสร็จก็ได้ไปพักและไปรวมตัวกับไลฟ์การ์ดน้ำตื้น

วันที่ 4 วันแห่งการตัดสินชะตาชีวิต เนื่องจากวันนี้มีการสอบจ้า คือมีข้อสอบมาให้ทำกาๆๆ หลังจากทำเสร็จก็มีการตรวจข้อสอบ ผลออกมาคือ เราตกจ้า คือทำข้อสอบไม่ผ่าน (บอกแล้วว่าโง่ภาษามากๆ) เลยได้ทำข้อสอบใหม่แต่ก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี กลายเป็นว่าเราจะไม่ได้ทำงานไลฟ์การ์ดและจะต้องไปทำงานเป็น Slide attendant แทน คือตอนนั้นแบบ ฝึกไลฟ์การ์ดน้ำลึกมาอย่างโหด มาจบด้วยการไม่ได้เป็นไลฟ์การ์ดหรอ supervisor (ต้องไปนี้ขอเรียกว่าซุป) ก็เข้ามาถามว่าเพราะอะไรเราถึงทำข้อสอบไม่ผ่าน เพราะภาษาใช่ไหม เราก็บอกว่าใช่ สุดท้ายคือพวกที่ทำข้อสอบผ่านได้ไปทัวร์สวนน้ำ ได้ไปเล่นเครื่องเล่น แต่เราต้องทำข้อสอบใหม่โดยการที่ซุปอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์เพื่อแปลภาษาได้ และแล้วก็ผ่านจ้า

วันที่ 5 วันนี้สวนน้ำเปิดวันแรก เราและคนไทยอีก 2 คนซึ่งสอบผ่านหลังชาวบ้านก็โดนพาตัวไปทัวร์สวนน้ำว่าเครื่องเล่นอยู่ตรงไหนชื่ออะไร และเริ่มงานจ้า วันแรกเรายังได้ทำงานอยู่ในจุดของน้ำตื้นอยู่ การทำงานของที่นี่ก็จะทำเป็นกะ เช่น เราได้ไปอยู่ที่จุดA ก็จะต้องประจำอยู่จุดAจะกว่าจะมีคนมาbumpเรา เมื่อมีคนมาbumpแล้วเราก็จะย้ายไปจุด B,C,D ไปจนถึงจุดสุดท้ายของกะนั้น เมื่อมีคนมาbumpเราออกจากจุดสุดท้ายก็จะได้ไปพัก เมื่อพักเสร็จเราก็ต้องวนไปbumpคนที่จุดAใหม่ หลังจากสวนน้ำปิดก็ต้องมาทำความสะอาด เก็บขยะ กวาดพื้น แล้วก็กลับบ้านวนลูปไปเรื่อยๆ

ประมาณ 3-4 วันหลังจากที่เราน้ำตื้นมาสักพักซุปก็เรียกเราไปทำน้ำลึก โดยจะมีเด็กเมกันที่เคยทำน้ำลึกอยู่ยืนประกบเราและคอยบอกเราว่าจะต้องทำอะไรบ้าง พอเห็นว่าเราเริ่มรู้เรื่องก็จะปล่อยให้เราทำงานคนเดียว

ไลฟ์การ์ด ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกจะไม่มีตารางงานที่แน่นอน การหางาน2 ตัดไปได้เลยจ้า แอบบอกนิดนึงว่าไลฟ์การ์ดน้ำลึกบางอาทิตย์จะต้องมีเทรนหลังสวนน้ำปิด ประมาณ2 – 4ทุ่ม (แต่ก็ได้เป็นชั่วโมงงานด้วย) ก็ไม่มีอะไรมากส่วนใหญ่จะเป็นการซ้อมช่วยชีวิตเหมือนที่เคยฝึกไปตอนแรกๆ เหมือนเป็นการทบทวน 

วันเวลาผ่านไปทำงานกันจนตัวไหม้ตัวดำ ก็ถึงเวลาของวันหยุดสุดรัก วันหยุดของเราก็ไม่ได้ไปไหนไกล เราไปสวนสนุกของ Six Flags Over Texas นี่แหละ เอาบัตรพนง.ไปด้วย เข้าฟรีแถมถ้าซื้อของใน Six Flags ลดราคา 40% ทุกอย่าง

ทำงานดีมีรางวัลนะจ๊ะ คือถ้าเราทำงานดีจะได้ Mantra makerมาเก็บสะสมไว้ ได้ครบ 10 ใบเมื่อไหร่ เราก็จะได้ Pin มาติดหมวกเก๋ๆด้วย ทุกอาทิตย์ก็จะมีการเลือก Lifeguard of the week ของทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ก็จะมีของรางวัลให้และได้ถือ Rescue Tube พิเศษที่ไม่เหมือนใครมาถือไว้ 1 week 

พอใกล้ๆ เดือนสุดท้ายจะมีการเลือก Service Superstar ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของทั้งสวนน้ำและสวนสนุก โดยซุป และ หัวหน้าจะเป็นคนเลือกว่าใครทำงานดี ช่วยเหลือนเพื่อน นิสัยดี และเราก็ได้รางวัลนี้ด้วย รางวัลนี้มีการจัดพิธีมอบแบบยิ่งใหญ่อลังการ มีเลี้ยงอาหาร แสดงโชว์ และพิธีกรก็จะพูดเกี่ยวกับเราตอนไปขึ้นรับรางวัลด้วย ของที่ได้จากงานนี้เยอะมาก(มีบัตรหยุดงานฟรีโดยไม่เสียชั่วโมงงาน) แต่ที่พิเศษสุดคือป้ายชื่ออันใหม่จ้า เป็นป้ายชื่อเราที่มีคำว่า Service Superstar อยู่ด้านล่าง

พอเริ่มอาทิตย์หลังๆสวนน้ำจะเริ่มปิดเร็วขึ้น คนจะน้อยลง แล้วพอวันท้ายๆสวนน้ำจะเปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาถ้าเราอยากได้ชั่วโมงงานก็จะต้องไปทำความสะอาดสวนน้ำ ทาสี บลาๆๆ

วันสุดท้าย ซุปพาเราไปเที่ยว กินข้าวแล้วก็เล่นเกม หลังจากทำงานวันสุดท้ายเงินที่ได้รวมกันแล้วประมาณ $4,000 (หักค่าบ้านแล้ว) เรามองว่าเงินที่ได้อาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าเทียบกับการทำงานที่อื่นแล้วที่นี่เราได้อะไรมาเยอะมากจริงๆ
เพื่อนที่นี่หลากหลายชาติหลายภาษามาก แล้วก็ทำงานสนุกมากๆ

Facebooktwittermail

น้องสมายด์ ศุภสุตา

Wrok and travel 2019 - ALC -The Westin Maui Hawaii 1 - review

น้องสมายด์ ศุภสุตา 

(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 

The Westin Ka’anapali Ocean Resort Villas, Maui,Hawaii 

Summer Work and Travel 2019

 

 

“THE BEST SUMER EVER”
* นี่เป็นการรีวิวภาพรวมจากคนสองคน ซึ่งอยู่คนละบ้านกันและคนนึงมีงาน2และอีกคนไม่มี *
🌈 Work and Travel 2019 🌈
Position : Housekeeping
Location : The Westin Ka’anapali Ocean Resort Villas (KOR) , Lahaina, Maui, Hawaii
Agency(Thailand) : American Learning
Agency(USA) : AWA
Rate : $10.10/hr | OT $15.15
Housing : $450-$600 / month (นายจ้างหาให้)

🧸 Agency : American Learning
พี่ๆน่ารัก ทำเรื่องเอกสารดีมาก เราแค่เตรียมเอกสารที่พี่ๆเค้าบอกให้เราทำแล้วพี่เค้าก็จะจัดการต่อให้หมดเลย อย่างตอนสัมวีซ่า พี่จองให้ ดำเนินเรื่องทุกอย่างให้หมดเลย แถมพี่ยังมารอที่สถานทูตด้วย วันที่บินพี่ก็มาส่งและมาดูแลความเรียบร้อยต่างๆก่อนบิน

🧸 รายละเอียดงาน
งานที่ westin จะมีอยู่2เกาะ คือ เกาะMauiและเกาะKauai โดยความแตกต่างคร่าวๆคือ เกาะ Kauai จะเหมาะกับคนที่รักธรรมชาติมากกว่าเกาะ Maui โดยส่วนตัวนั้น เราได้ไปเกาะเมาวีจ้า ซึ่งเราไม่สามารถเลือกเกาะที่จะอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตอนสัมภาษณ์ โดยเกาะเมาวีนั้น เราจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ที่ ซึ่งมันอยู่ติดๆกัน คือ KOR กับ Nanea ซึ่งเราได้อยู่ KOR ดังนั้นทั้งหมดนี้จะเป็นการพูดถึง KOR เท่านั้น
ห้องของ KOR นั้น จะมี 2 ประเภท คือ studio และ 1 bedroom ส่วนการทำความสะอาด จะมี 3 ประเภท คือ back to back (คือห้องที่แขกออก แล้วเราต้องทำความสะอาดใหม่หมดทุกอย่าง) service (คือห้องที่แขกพักอยู่ แล้วเราไปทำความสะอาดให้ โดยเติมของ เก็บขยะ เปลี่ยนผ้าเช็ดตัว) touch up (คือห้องที่ทำแค่เติมของ เก็บขยะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัว แต่ไม่ต้องทำความสะอาด) โดยการมอบหมายงานให้เราอะ จะมีdevice เป็น ipod ให้คนละเครื่อง โดยมันจะเชื่อมต่อกันผ่าน wifi ลีดเดอร์สามารถเห็นว่าเรากำลังทำห้องไหนอยู่ และทำห้องไหนเสร็จแล้วบ้าง และเราสามารถแชทไปคุยกับลีดเดอร์หรือเพื่อนได้ ในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่ถ้าไม่ busy เราจะได้ประมาณ 2 back 3-4 ser หรือถ้าช่วงศุกร์เสาร์อาทิตย์ที่ busy จะได้ประมาณ 3 back 2-3 ser ซึ่ง ห้อง back อะ เราจะได้อาหารที่แขกทิ้งไว้ กับ เงินทิป ส่วนห้อง ser นานๆทีถึงจะได้ทิปจากแขก ตั้งแต่ทำมา เราแทบไม่เคยต้องซื้ออาหารเลย ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้มากกก

S__22437931

เราจะต้องเทรนงานก่อน 3 อาทิตย์ โดยอาทิตย์แรก เค้าจะพาเราทัวร์โรงแรม ซึ่งถามว่าเราจำทางได้มั้ย ตอบได้เลยว่าไม่!!!จากนั้น จะสอนเราในการปูเตียงทั้งหมด 7 ชั้นนนน!!!!(ปล.เค้าเคยบอกว่าเราต้องปูได้ภายใน7นาที ซึ่งจนจบงานแล้วเราก็ยังทำไม่ได้เลย5555555555)ตอนแรกก็คิดนะว่าทำไมต้องปูขนาดนั้น แต่พอได้ลองนอนแล้ว มันคือเหมือนนอนบนสวรรค์ นุ่มมากแม่ คือที่นี่เค้าจะซีเรียสเรื่องเตียงมากกกกก หลังจากนั้น เค้าจะสาธิตการทำห้องตั้งแต่เริ่มจนจบให้เราดู แล้วเราจะได้จับคู่แล้วทำห้องด้วยตัวเอง แล้วคนจะเทรนจะมาตรวจทุกห้องที่เราทำ แล้วบอกสิ่งที่ผิดพลาดแล้วให้เราแก้ไข คือบอกเลยว่าคนเทรนละเอียดยิบแบบ ฝุ่นหลังเก้าอี้ยังบอกให้เช็ดอะ คือเหมือนเค้าจะเข้มกับเรามากตอนเทรนเพื่อทำให้เราละเอียดตอนไปทำงานจริงๆ

ทุกเช้าเราจะต้องมารวมกันที่ meeting room เพื่อฟังบรีพและเอา device ละเราก็จะต้องเดินไปเอา chemical ที่หนักมาก (เหมือนยกเวทททท) และถุงผ้า ไปที่storageตึกที่เราอยู่ เพื่อไปเอาcart หลังจากนั้นก็แยกย้ายไปทำห้อง โดยห้องเราต้องเริ่มจากเก็บขยะ เอาผ้าเก่า(ผ้าจากเตียง ห้องน้ำ ห้องครัว)ทั้งหมดใส่ถุง จากนั้นก็คือปูเตียง 7 ชั้นนนนนนนนนน!!!!! ล้างห้องน้ำ ทำครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียง ดูดฝุ่น ถูพื้น แล้วหลังจากนั้นจะมีลีดเดอร์มาตรวจ ซึ่งถ้าเราทำผิดพลาดเยอะ เค้าก็จะเรียกเรามาแก้ แต่ตึกเราไม่ค่อยโดน

🧸 ทิป
ส่วนของทิปนั้น เราเป็นคนที่เพื่อนบอกว่าดวงดีมาก คือได้ทิปค่อนข้างบ่อย มีบางวันเข้าไปเจอทิป 80ดอล คือนี่ช้อคตายไปเลยจ้าไม่เคยเจอเยอะขนาดนี้มาก่อน บางวันก็เจอ 40 20 10 5 ดอล เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ทุกวัน บางคนทั้งอาทิตย์ก็ไม่ได้ทิปหรือบางคนเคยเจอทิป 150 ดอลคือแบบโครตเยอะ!!!!!!!!!!!!!!!
แต่เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละ ใครสนใจที่จะมางานนี้ก็เริ่มเข้าสายมูได้แล้วจ้า555555555555555555555555

🧸 งานสอง
อะ มาเรื่องที่ทุกคนน่าจะอยากรู้ คือเรื่องงานสอง เมาวีถือว่าหางานสองค่อนข้างง่าย เพื่อนเราแทบทุกคนคือได้งานสอง แต่เราต้องแบบเดินหาไปเรื่อยๆ คือต้องมีความพยายาม ใครมาถึงเร็วก็จะหาได้ง่ายกว่า โดยเราอะทำแมค คือพอไปถึงเราและเพื่อนในบ้านเดินหากันเลย แล้วเค้าก็รับทีเดียว 5คน ถือว่าโชคดีมาก โดยจะมีหลายตำแหน่ง คือ front kitchen และ drive tru ซึ่งเราได้ทำตำแหน่ง drive tru ก็จะได้ฝึกภาษา เพราะในแต่ละวันก็ต้องคอยรับออเดอร์ เก็บเงินลูกค้า ซึ่งเอาจริงมันสนุกมาก5555เหมือนเล่นเกมที่ต้องทำให้ทัน เพราะmcในฮาวาย เค้าแข่งทำความเร็วกันให้เป็นที่ 1 และอีกอย่างหนึ่งที่ดีคือ เราได้เพื่อนที่ดีกลับมา จากทั้งคนไทยและคนฟิที่ทำแมคเลย ส่วนงานอื่นๆก็มีเช่นงานร้านอาหาร ซึ่งก็จะได้เงินดีกว่า เพราะได้ทิปด้วย

🧸 การเดินทาง
เกาะ maui จะมีบัสมาทุกชั่วโมง โดยจะมีการจ่ายทั้งหมด3แบบ คือ one pass $2 daily pass $4 และ Monthly pass $30(โดยราคานี้เราต้องเตรียมบัตรนักศึกษาจากไทยไปด้วยซึ่งซื้อแบบนี้คุ้มมากสำหรับเรา) พวกเราจะต้องเดิน15-20นาที เพื่อไปขึ้นบัส พอลงบัสเราต้องเดินไปที่ทำงานอีก15นาที ซึ่งบางวันบัสมาเลท ก็รอไรล่ะ ก็วิ่งไปสิ!!!!!!!! เหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเลย แต่เอาจริงๆมันก็มีข้อดีนะ คือทำให้เราเหมือนจะผอมลง และแบบตื่นตัวตอนทำงาน
อย่างบ้านเราอะ เหมือนจะมีพัฒนาการขึ้นทุกเดือน เดือนแรก ทุกคนในบ้านเราประหยัดมากแบบมากกก คือเดินแหก ก็จะใช้บัส บางทีเลิกงานสองตอนเที่ยงคืน สิ่งที่เพื่อนเราทำคือไรรู้มะ เดิน!!!!ละเดินแบบสามสิบสี่สิบนาทีอะ แงงงง เดินจนเท้าพัง แต่ช่วงแรกมันทำให้เราแบบลดน้ำหนักได้เยอะมากเลย555555พอเดือนที่สอง เราเริ่มเข้าสู่ความขี้เกียจ เราเริ่มหารค่าอูเบอร์กัน นั่งไปทุกวันเลย5555555555ละความน่ารักของคนที่นี่คือ เพื่อนเราเจอคนlocalคนนึงที่แบบเค้าชอบคนไทยมาก เค้าเลยอาสาไปส่งพวกเราที่ทำงานสองแทบทุกวัน ส่วนเดือนสุดท้าย เรารู้สึกว่าค่าอูเบอร์แทบจะเท่าค่าเช่ารถแล้ว และแบบถ้าจะเดินทางไปเที่ยวที่สวยๆไกลๆอย่างฮาน่า มันต้องมีรถ เราเลยตัดสินใจเช่ารถกัน เพื่อที่จะใช้เวลาให้คุ้มที่สุดในเดือนสุดท้าย อย่างเพื่อนบางบ้าน ก็ตัดสินใจเช่ารถกันตั้งแต่เดือนแรกๆเลย ซึ่งเอาจริงมันสะดวกมากก แนะนำ5555

S__22437905

🧸 บ้าน
นายจ้างจะเป็นคนจัดหาบ้าน ซึ่งเราจะรู้บ้านก็ต่อเมื่อเราใกล้จะบินหรือบางคนก็รู้ตอนที่ไปถึงMauiซึ่งแม่งโครตลุ้นว่าเราจะได้อยู่กับใครบ้าง บ้านจะดีมั้ย จะมีแอร์หรือเปล่า ซึ่งบ้านที่เราได้ไม่มีแอร์แต่มีเพื่อนที่เรารู้จักมาจากไทยค่อนข้างเยอะเลยทำให้เรารู้สึกแฮปปี้มากๆ แล้วบ้านเรานั้นมีชาวต่างชาติมาอยู่ด้วยทำให้เรานั้นได้ฝึกภาษามากขึ้น บ้านเราอยู่ทั้ง10คน เราโชคดีมากมีเพื่อนทำอาหารเก่งกันทุกคน ยกเว้นเราที่ทำอาหารไม่เป็น5555555555บ้านเราจะทำอาหารกินกันทุกวันและกินแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเพราะเป็นเวลาที่ทุกคนได้เม้ากัน
🧸 ภาษา
ใครว่าทำงานเฮ้าจะไม่ได้ภาษา เราว่าได้นะ เพราะทุกเช้าเราต้องมาที่ห้อง meeting room ละเค้าก็จะบรีฟงานกันตอนเช้า ซึ่งตอนนั้นเราทุกคนต้องตั้งใจฟังนะ ละฟังให้ออกด้วย เพราะบางทีเค้าก็เรียกถาม และเวลาทำห้อง เราจะเจอทีมลีดเดอร์ตลอด แล้วเค้าจะเข้ามาแบบถามไถ่ บอกงานหรือคุยเล่น ซึ่งตรงนี้แหละที่เราจะได้ใช้ภาษาเยอะ บางทีเราก็ต้องคุยกับแขกที่มาพัก หรือบางทีก็ต้องคุยกับคุณป้าที่มาช่วยเราทำห้อง ซึ่งเอาจริงๆผู้คนที่นี่niceมากๆ คุณป้าที่เข้ามาช่วยคือถามไถ่เราตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง ได้กี่ห้อง ชวนเราคุยเล่นตลอดเวลาที่ทำห้อง ดังนั้นนี่จึงเป็นการที่ทำให้เราได้ฝึกภาษา

🧸 สรุปรายได้(สรุปแค่งาน1เพราะงาน2มันขึ้นอยู่กับงานที่ทำเลย)
$5700 + ($600ทิป) เหลือ $1000ที่เราเหลือน้อยเพราะ เราชอปเก่งมาก และเราไปเที่ยวโร้ดทริป West Coast ประมาณ            สองอาทิตย์ ต่อด้วย New York อีกประมาณ 1 อาทิตย์
ส่วนเพื่อนที่ทำงาน 2 แล้วไปเที่ยว road trip กับเรา เหลือกลับประมาณ $3000 ซึ่งเอาจริงๆก็มีเพื่อนที่เหลือกลับมากกว่านี้เยอะมาก แต่พวกเราค่อนข้างใช้เงินเก่ง555555555555

🧸 เอาจริงๆตอนมานี่ เราไม่เคยคิดว่าจะรักฮาวายขนาดนี้ คืออยู่ที่นี่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละ แต่พออยู่มาเรื่อยๆ ฮาวายกลับทำให้เราหลงรัก การเดินทางไปทำงานพร้อมกับวิวทะเลและภูเขาที่สวยมากๆในทุกวัน บางวันก็เจอสายรุ้งขนาดใหญ่อีก ทุกอย่างเหมือนภาพวาดที่เอาออกมาไม่ได้ งานต่างๆที่ทำคือโคตรเหนื่อยเลยนะ แต่ทำไมทำละมีความสุขแล้วอยากทำต่อไปเรื่อยๆก็ไม่รู้ เพื่อนคนไทยอีก ทั้งงาน1งาน2 คือน่ารักมาก คนที่เราเจอแค่สามเดือนอะ ไม่เคยคิดว่าจะสนิทกันขนาดนี้ เพื่อนคนโลคอลที่นี่อีก ลีดเดอเมเนเจอทุกคนคือน่ารักมาก จนตอนกลับคือโคตรใจหายที่จะไม่ได้เจอคนพวกนี้อีก ฮาวายโคตรให้อิสระ เราได้ลองอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยคิดที่จะทำที่ไทยด้วยซ้ำ เราสองคนคิดไม่ผิดจริงๆที่ได้มาที่นี่ ทุกวันนี้เรายังอยากกลับไปอีก

🌈 มันคือ my best summer ever จริงๆ 🌈

Facebooktwittermail