Tel: 02-6190044, 086-3201990
Tel: 02-6190044, 086-3201990

ออแพร์ – กวาง อารียา

กวาง อารียา
Au Pair in Seattle, WA
with Prakash Family

 

ทำไมจึงตัดสินใจไปเป็นออแพร์?

สวัสดีค่ะ ชื่อ กวาง นะคะ อายุ 25ปี จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม สาขา ธุรกิจการบิน ปัจจุบันเป็นออแพร์ในเมือง Seattle, Washington ค่ะ หลังเรียนจบก็คิดว่าจะทำงานอะไรดี เราเรียนจบธุรกิจการบินมา จะไปสมัครงานภาษาเราก็ไม่ดี เลยคิดที่อยากเรียนภาษาเพิ่มค่ะ ตอนฝึกงานก็รู้จักโครงการออแพร์จากพี่ที่ฝึกงานค่ะ เลยสนใจสมัครค่ะ เพราะส่วนตัวเราชอบเด็กอยู่แล้ว และมีประสบการณ์จากการเลี้ยงหลายค่ะ เราเลยเข้าฟังการสัมมนา เราใช้เวลาเตรียมตัว และเตรียมเอกสาร ประมาณ3 เดือนค่ะ และเราได้ก็เริ่มออนไลน์เราออไลน์ประมาณ1 เดือน มีโฮสแฟมิลี่มาวิว 5 บ้าน แต่เราได้แมชกับบ้านที่ 3 เป็นบ้านอินเดียค่ะ ได้เลี้ยงน้องผู้ชาย 2คน คนพี่ 3ขวบ คนน้อง 10เดือน (เรามาตอนแม่กำลังตั้งท้องคนเล็กค่ะ)

 

การใช้ชีวิตกับครอบครัว Host Family?

พอพูดถึงครอบครัวอินเดีย หลายคนกลัว เพราะตอนแรกเราก็รู้สึกค่ะ (ได้ยินมาเยอะ 5555) แต่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดเลย โฮสดีมากกกกๆ ทั้งคู่ ส่วนน้องมีดื้อบ้างตามประสาเด็กค่ะ ตอนนี้อยู่กับครอบครัวนี้มา 1ปี 2เดือนแล้ว (ใช้ค่ะเราต่อสัญญาบ้านเดิม) บ้านนี้เที่ยวบ่อยค่ะ เราไปกับเขาทุกที่เลย ฉลองทุกเทศกาล ที่ตื่นเต้นก็จะเป็น Thanksgiving เพราะโฮสจะเปิดบ้านปาร์ตี้ มีอาหารเยอะ คนก็เยอะ และก็ Christmas ค่ะ จะมีแลกของขวัญกัน โฮสบ้านนี้ป๋ามาก!! เรามาถึงเดือนเดียว ก็ได้ Apple Watch มาเป็นของขวัญ Christmas (เพราะเราพูดว่าอยากได้และจะซื้อ แต่เขาก็มาซื้อให้ก่อน) วันเกิดก็ซื้อ Air pots เป็นของขวัญวันเกิด (อันนี้เราก็เคยพูดไว้ว่าจะซื้อเหมือนกันค่ะ) ทำให้เรารู้ว่าโฮสเป็นคนใส่ใจในคำพูดของเรามาก เรารู้สึกโชคดีมากๆค่ะ โฮสจะขอบคุณเราตลอดที่เราเลือกแมชกับพวกเขาขอบคุณเราที่ทำงานดูแลลูกเขาอย่างดี เขาบอกเสมอว่าเขาโชคดีที่เลือกเราซึ่งเราจะบอกกลับไปทุกครั้งว่า เราก็โชคดีเหมือนกันที่ได้เข้ามาเป็น Part of family ของพวกเขา

อยากบอกว่า การคิดจะมาเป็นออแพร์ไม่ใช่จะมาเป็นง่ายๆนะคะ พอมาถึงแล้วเราต้องปรับตัวหลายๆอย่าง ต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก ต้องรับฟังและยอมรับในข้อผิดพลาด มีความตั้งใจในการทำงานค่ะ ขอบคุณตัวเองที่ผ่านมาได้ และก็ขอบคุณโครงการดีๆ แบบนี้ ได้ทั้งภาษาและประสบการณ์มากมาย ไม่มีอะไรยากเลยค่ะถ้าเราพร้อมจะเรียนรู้ที่จะเข้าใจและปรับตัว ตั้งใจกับหน้าที่ของเราและทำให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่คอยดูแลค่ะ

“สุดท้ายนี้น้องๆคนไหนที่กำลังตัดสินใจที่ยังลังเลย

มาเถอะค่ะเป็นโครงการที่แนะนำว่าควรค่ามากค่ะ”

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ปาย ปิยรัชต์

ปาย ปิยรัชต์
Au Pair in Seattle, WA
with Khalsa Family

เล่าประสบการณ์การเป็นออแพร์?

สวัสดีค่ะ เราชื่อปายนะคะ อายุ 25 ปี จาก ม.ขอนแก่น ตอนนี้เป็นออแพร์อยู่ที่ Seattle, Washington ค่ะ มาอยู่ที่นี่ได้สามเดือนแล้ว ทุกๆอย่างที่นี่แปลกใหม่สำหรับเรามากค่ะ สิ่งแวดล้อม สภาพความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต การคมนาคม และทางโฮสแฟมิลี่ดีกับเรามาก ทั้งพ่อ แม่ เจ้าตัวเล็กฝาแฝด ปู่ ย่า และญาติๆของโฮส ทุกคนต้อนรับเราเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว

มุมมองหลังเมื่อมาเป็นออแพร์?

สิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นออแพร์รองจากภาษาแล้ว เรามองว่าการปรับตัวก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ หน้าที่หลักของออแพร์คือการดูแลเด็ก นั่นหมายถึงเราจะต้องอยู่กับเด็กตลอด เอ็นเตอร์เทน และทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก เราต้องปรับความคิดให้เป็นบวกเสมอ ควรมองว่าเค้าคือเด็ก ไม่ถือสาสิ่งที่เค้าทำหรือพูด ไม่คิดเล็กคิดน้อย แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตออแพร์ไม่สะดุดแล้วค่ะ สำหรับเราแค่ทำให้เจ้าฝาแฝดยิ้มเราก็มีความสุขแล้ว อิอิ

นอกจากนี้แล้วเราต้องปรับตัวให้เข้ากับโฮสแฟมิลี่ด้วยค่ะ บ้านเราคุยกับโฮสได้ทุกเรื่อง พ่อแม่ใจดี เป็นคนตลกเฮฮา แต่สุภาพมาก บ้านนี้สบายๆ ไม่มีเคอฟิว แต่เราก็ต้องไม่ทำตัวเหลวไหล เพราะมันจะทำลายความเชื่อใจได้ สำหรับงานบ้านเราช่วยด้วยความเต็มใจค่ะ บางวันทำอาหารไทยให้โฮสทาน รดน้ำต้นไม้ที่สวนหน้าบ้าน เอาจานชามเข้า-ออกเครื่องล้างจาน หรือบางวันหมดเวลางานแล้วเรายังเล่นกับน้องจนถึงเวลาส่งน้องเข้านอน เรามองว่าการทำอะไรเล็กๆน้อยๆที่เราสามารถทำให้ได้ ถึงมันไม่ใช่หน้าที่ แต่เราก็เต็มใจที่จะทำเพราะมันเหมือนการซื้อใจโดยไม่ต้องใช้ตังค์

คำแนะนำในการเป็นออแพร์?

เพื่อนๆออแพร์หลายคนเจอปัญหาเข้ากับพ่อ แม่ ไม่ได้ ปรับตัวก็แล้ว พูดคุยก็แล้ว อันนี้ก็คงต้องทำใจจริงๆค่ะ แต่ถ้าพ่อ แม่ โอเคมาก ดีกับเรามาก แต่เรากลับเข้ากับเด็กไม่ได้ ลองปรับกิจกรรมให้เป็นไปตามสิ่งที่เค้าสนใจดูนะคะ ให้เราเป็นคนตาม และเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมของเค้า เข้าใจเค้ามากกว่าให้เค้าเข้าใจเรา เด็กๆจะเชื่อใจและอยากให้เราเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมของเค้าค่ะ

ชีวิตออแพร์ของเราตอนนี้ดีมากค่ะ ภาษาพัฒนาขึ้นมาก ได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่สามารถหาอ่านจากหนังสือหรือบทความไหน เราดีใจมากที่วันนั้นเราตัดสินใจเข้าร่วมโครงการออแพร์ กับ American Learning เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ และตอนนี้เรากำลังวางแผนกับโฮสแฟมิลี่ที่จะต่อโครงการปีที่ 2 อยู่ค่ะ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – กระพริบ ศิวพร

กระพริบ ศิวพร
Au Pair in Elkridge, MD
with Williams Family

 

สวัสดีจ้า เราชื่อ กระพริบ อายุ23ปี จบจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปัจจุบันเป็นออแพร์ให้กับ Williams Family อยู่รัฐ Maryland เราอยู่ที่นี่ได้เกือบ5 เดือนแล้ว

เราตัดสินใจไม่ผิดเลยค่ะ โฮสพ่อแม่และน้องดีกับเรามากๆ ดูแลเราเหมือนเป็นคนในครอบครัว เราไม่เคยมีปัญหาหนักใจในเรื่องการทำงานหรือความเป็นอยู่เลยตั้งแต่มาที่นี่ ตอนมาใหม่ๆเราต้องปรับตัวในหลายๆเรื่อง ทุกอย่างที่นี่แปลกใหม่สำหรับเรา แต่เรามีโฮสพ่อโฮสแม่และน้องคอยอยู่ข้างๆดูแลเรา สอนเราในหลายๆเรื่อง เราเลี้ยงน้องผู้หญิงอายุ9ปี หน้าที่เราหลักๆเลยคือรอรับส่งน้องไปโรงเรียน เรารักน้องเหมือนเป็นน้องสาวคนนึง เรารักโฮสแม่และโฮสพ่อมาก เราสามารถคุยกับโฮสแม่ได้ทุกเรื่อง โฮสพ่อคอยสอนเราหลายๆอย่าง โฮสบ้านเราชอบเที่ยว ชอบดูกีฬาและโฮสจะพาเราไปไหนมาไหนด้วยตลอด เราคิดว่าเราโชคดีมากๆที่ได้มาอยู่กับครอบครัวนี้

 

ทำไมจึงอยากเป็นออแพร์?

หลายคนสงสัยว่าเราจบจากสาขาภาษาจีน แล้วทำไมถึงไปอเมริกาล่ะ ทำไมไม่ไปจีน? คือเราเคยมีประสบการณ์ฝึกงานในโรงแรมแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ ฝึกแผนก front office ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องได้ใช้ภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา คือ ไทย จีน และอังกฤษ ตอนแรกเรามีปัญหาในการทำงานคือการใช้ภาษาอังกฤษ คือ เราฟังรู้เรื่อง แต่ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ซึ่งนั่นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากเรียนภาษาอังกฤษ

เรารู้จักโครงการออแพร์จากรุ่นพี่แถวบ้านเรา แล้วเราก็ศึกษาหาข้อมูลว่าออแพร์คืออะไร จนกระทั่งปรึกษากับครอบครัว แล้วตัดสินใจเข้าโครงการออแพร์กับ American learning เราใช้เวลาตั้งแต่เก็บชั่งโมงเลี้ยงเด็ก เตรียมเอกสาร ออนไลน์ จนกระทั่งแมทช์กับครอบครัวนี้รวมเวลาครึ่งปี ตอนคุยกับโฮสต์ต้องใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ เราต้องขอบคุณพี่ทีน่าที่เทรนภาษาอังกฤษ ช่วยเตรียมเอกสาร ช่วยทุกอย่างจนกระทั่งเราได้มาอยู่ที่อเมริกา

ประสบการ์การอยู่กับโฮสแฟมิลี่?

โฮสเราเป็นอเมริกัน มีลูกคนแรก เรามาถึงบ้านโฮส เบบี๋เพิ่งอายุ 1 เดือน ซึ่งเรากังวลมากว่าเราจะเลี้ยงยังไง โฮสก็ช่วยแนะนำแล้วอยู่บ้านกับเราจนเบบี๋3เดือน โฮสจึงออกไปทำงาน เราเป็นออแพร์คนแรกของบ้านนี้ แม้ว่าภาษาเรายังไม่เก่ง แต่โฮสก็พยายามอธิบาย ถ้าเราไม่เข้าใจเขาก็จะพิมพ์ให้เราอ่าน โฮสใจดีมากพาไป grocery เราสามารถหยิบของได้ทุกอย่าง แล้วของที่บ้านเราสามารถกินได้ทุกอย่าง โฮสบอกอยากได้อะไร อยากให้ช่วยอะไรบอกได้นะ ทำตัวเหมือนที่บ้าน

ชีวิตการเป็นออแพร์ของเราตอนนี้ดีมาก ได้มีโอกาสเที่ยว ได้มีโอกาสใช้ชีวิตในต่างแดน ทำให้เราได้โตเป็นผู้ใหญ่ แล้วได้ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน เราเป็นคนนึงที่ไม่รอชะตาฟ้าลิขิต แต่เราสามารถกำหนดชะตาฟ้าลิขิตของเราได้ด้วยการลงมือทำ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – เฟิร์น ดลลัชนัย

เฟิร์น ดลลัชนัย
Au Pair in Seattle, WA
with Ormsby Family

 

เล่าประสบการณ์การเป็นออแพร์?

สวัสดีค่ะ ชื่อเฟินค่ะ อายุ23ปี จบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตอนนี้เราเป็นออแพร์อยู่ที่รัฐ Washington เมือง Seattle ได้5เดือนแล้วค่ะ เราใช้เวลาออนไลน์อยู่นานกว่าจะมาเพราะรอรับปริญญาด้วย ในระหว่างนั้นเราก็คุยกับโฮสหลายบ้านมากๆ แล้วในที่สุดเราก็แมชกับโฮสที่เราอยู่ด้วยตอนนี้

เราตัดสินใจไม่ผิดเลยค่ะ โฮสพ่อแม่และน้องดีกับเรามากๆ ดูแลเราเหมือนเป็นคนในครอบครัว เราไม่เคยมีปัญหาหนักใจในเรื่องการทำงานหรือความเป็นอยู่เลยตั้งแต่มาที่นี่ ตอนมาใหม่ๆเราต้องปรับตัวในหลายๆเรื่อง ทุกอย่างที่นี่แปลกใหม่สำหรับเรา แต่เรามีโฮสพ่อโฮสแม่และน้องคอยอยู่ข้างๆดูแลเรา สอนเราในหลายๆเรื่อง เราเลี้ยงน้องผู้หญิงอายุ9ปี หน้าที่เราหลักๆเลยคือรอรับส่งน้องไปโรงเรียน เรารักน้องเหมือนเป็นน้องสาวคนนึง เรารักโฮสแม่และโฮสพ่อมาก เราสามารถคุยกับโฮสแม่ได้ทุกเรื่อง โฮสพ่อคอยสอนเราหลายๆอย่าง โฮสบ้านเราชอบเที่ยว ชอบดูกีฬาและโฮสจะพาเราไปไหนมาไหนด้วยตลอด เราคิดว่าเราโชคดีมากๆที่ได้มาอยู่กับครอบครัวนี้

 

เป้าหมายในการเป็นออแพร์?

เราอยากเรียนรู้และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และฝึกภาษาอังกฤษเพราะเราคิดว่ามันสำคัญมากๆในการทำงานในอนาคต และการที่เราแมชกับบ้านนี้มันตอบโจทย์เราได้อย่างชัดเจน เราได้เที่ยวหลายๆที่ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ น้องเรา 9 ขวบ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้เราได้เป็นอย่างดี55555 เราหัดพูดหัดออกเสียงตามน้อง ทั้งโฮสพ่อแม่และน้องใจเย็นมากๆในการสอนภาษาเรา และตอนนี้เรากำลังเรียนภาษาอังกฤษที่college ซึ่งช่วยในการพัฒนาภาษาของเราได้เป็นอย่างดี

ฝากถึงเพื่อนๆที่อยากเป็นออแพร์?

อย่ามัวลังเลค่ะ โอกาสดีๆรออยู่ตรงนี้ เราเคยลังเลว่าควรทำงานอยู่ไทยหรือมาลองชีวิตใหม่ๆที่นี่ดี และสุดท้ายเราก็เลือกมาที่นี่ เราตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เราแนะนำเพื่อนหลายๆคนให้มาเพราะว่าเราอยากให้เพื่อนๆได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ และเราไม่อยากให้เพื่อนมาเสียใจทีหลังที่ไม่ยอมให้โอกาสตัวเองเพราะมัวแต่กลัวกับอะไรที่อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ เราเชื่อว่าถ้าเพื่อนๆมาจะได้ประสบการณ์ดีๆจากที่นี่กลับไปแน่นอนค่ะ


สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ปลาหวาน ลักขณา

ปลาหวาน ลักขณา
Au Pair in Reston, VA
with Christopher Family

 

สวัสดีค่ะ เราชื่อปลาหวาน อายุ 24 ปี จบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาอยู่ที่ Reston, VAได้ 4 เดือนแล้ว อยู่กับครอบครัว Christopher
เราเลี้ยงน้อง 1 คน อายุ 1 ปี 8 เดือนจ้า

ทำไมถึงอยากเป็นออแพร์?

เริ่มต้นจากเรามีความฝันอยากลองไปใช้ชีวิตในต่างแดน มันจะแตกต่างจากหนังต่างประเทศที่เราเคยดูหรือเปล่า จนกระทั่งเรียนจบแล้วก็ทำงาน ชีวิตเริ่มรู้สึกเบื่อ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการทำงานเท่าไหร่ จนมีคนแนะนำให้รู้จักกับโครงการออแพร์ เราจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วเข้าร่วมโครงการอย่างเต็มตัว ในระหว่างที่เก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กเราก็ทำงานเป็นครูผู้ช่วยไปด้วย ก็รู้สึกชอบเวลาทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก โลกดูสดใสขึ้นมากเลย ฮ่าๆๆ พอเริ่มออนไลน์ ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก เรามีเวลาเตรียมตัวแค่เดือนกว่าๆ ซึ่งครั้งนี้เป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตเราเลย 23 ชั่วโมงบนเครื่องบิน! บินคนเดียว ต่างแดน ต่างภาษา ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น รอบที่เรามาถึงมีออแพร์ทั้งหมด 249 คน ซึ่งเราเป็นคนไทยคนเดียวในรอบนั้น ตอนยืนโชว์ตัวรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ รู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนของประเทศเลย ฮ่าๆๆ Thailand

 

ประสบการณ์การใช้ชีวิตกับโฮสแฟมิลี่?

เราได้โฮสบ้านแรกที่มาสัมภาษณ์เลย โฮสเป็นอเมริกันทั้งคู่ ตอนมาถึงอาทิตย์แรกๆ ฟังไม่ออกเลย โฮสใจดีมาก พยายามหาคำศัพท์ง่ายๆ เพื่อให้เราฟังเข้าใจง่ายมากขึ้น โฮสซัพพอร์ตดูแลเราดีมาก ลงทุนขับรถ 4-5 ชั่วโมงเพื่อไปรับเราถึงนิวเจอร์ซี่ แล้วยังพาไปเที่ยวนิวยอร์ก 2 วัน สุดยอดมาก โฮสคอยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังๆในอเมริกาให้เราฟังตลอด บอกให้เราทำเแพลนว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็อยู่มาได้ 4 เดือนแล้ว อยู่ที่รัฐเวอร์จีเนีย เราเลี้ยงน้องแค่คนเดียวค่ะ น้องน่ารักมาก ร่าเริง แต่น้องค่อนข้างขี้อายนิดนึง กว่าจะมัดใจน้องได้ ฮ่าๆๆ เราไปเที่ยวกับโฮสบ่อยมากค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่สาวคนโตของบ้านไปแล้ว

หน้าที่ออแพร์มีอะไรบ้าง?

หน้าที่ของเราก็ดูแลเรื่องทั่วไปของน้อง อาหาร นม ( ตอนนี้เลิกนมแล้ว เย้! ) เรื่องเสื้อผ้า ส่วนใหญ่โฮสจะเป็นคนจัดการเองค่ะ เพราะโฮสอยากให้เราใช้เวลากับน้องให้เต็มที่และโฮสไม่เคยใช้งานเรานอกเหนือจากเวลางานของเราเลยค่ะ ถึงแม้ว่าบางเรื่องมันควรจะเป็นหน้าที่เรา เช่น ถ้าผ้าของน้องซักเสร็จแล้ว ถ้าเราเห็นเราก็จะพับไปเก็บให้ มีอะไรก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเรากับโฮส โฮสไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าเรามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเลยค่ะ ดูแลเหมือนคนในครอบครัว เหมือนญาติ อบอุ่นมาก

ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตก็มีที่ต้องปรับตัวบ้าง เช่น เรื่องอาหาร เพราะเราเป็นที่ชอบทานเผ็ดมาก แล้วส่วนใหญ่อาหารที่นี่ก็ทำมาจากขนมปัง การเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกสุดๆ คนที่นี่ไม่รู้จักกันแต่ยิ้มให้กันทักทายกัน เป็นกันเองมากเลยค่ะ เรื่องภาษาและวัฒนธรรม เราแลกเปลี่ยนกับหลายเชื้อชาติมากค่ะ เพื่อนเราส่วนใหญ่เป็นต่างชาติทั้งนั้น บลาซิล เม็กซิกัน ญี่ปุ่น จีนแล้วก็อเมริกัน ตอนเรามาถึงเวอร์จีเนียตอนนั้นออแพร์คนไทยก็จบโครงการไปกันหมดแล้ว ฮ่าๆๆ แต่ก็ยังพอมีเพื่อนคนไทยพอให้หายคิดถึงบ้านได้บ้าง ออกไปทานอาหารไทยนานๆที และการได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนต่างชาติเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ค่ะ คิดถูกแล้วที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ดักแด้ ฐิรนันท์

ออแพร์ ดักแด้ ฐิรนันท์
Au Pair in Hanover, MD
with Imperatrice Family

au pair in america

สวัสดีจ้า เราชื่อ ดักแด้ เป็นออแพร์อยู่ที่ เมือง Hanover รัฐ Maryland บ้านที่มาอยู่ด้วยเราดูน้องผู้ชายสองคนตัวเล็ก 3ขวบ และตัวกลาง7ขวบ ส่วนอีกคนตัวโตโตแล้ว 20 พ่อเป็นลูกครึ่งอิตาลีกับเมกา ส่วนแม่เป็นคนผิวสีที่โตที่เมกา บ้านนี้น่ารักมากเลี้ยงเราเหมือนลูกคนที่ 4 เลยทีเดียว

ออแพร์ช่วงโควิด ใช้ชีวิตอย่างไร?

จังหวะโบ๊ะบ๊ะมาก เราอยู่ทันช่วง Coronavirus พอดี ถามว่าตอนแรกกลัวไหม ไม่ค่อยรู้สึกหรอก คนที่นี่เค้าไม่ได้ตื่นตัวกันขนาดนั้น ใครที่ panic ก็เป็นหนัก ใครที่ไม่แคร์ก็ไม่สนเลยจ้า โชคดีของเราคือพ่อกับแม่เราค่อนข้างตระหนักเรื่องนี้ ทำให้สถานการณ์บ้านเราดูปลอดภัยและเซฟมาก

จัดการยังไงเมื่อต้องอยู่แต่บ้าน?

บันเทิงอย่างเดียวคือการที่เด็กๆอยู่บ้านโรงเรียนปิด และพ่อกับแม่ Work from home นี่ละ แรกๆเราก็จะรู้สึกเหมือนก็อตซิล่าที่พร้อมจะปรี๊ดกับเด็กๆ แต่หลังๆก็จะปลงและชิลไปเองเพราะรับมือได้แล้ว (เด็กๆบ้านนี้เชื่อฟังเรายิ่ง เลยไม่สาหัสเท่าไหร่) ถามว่าเฉาไหมต้องเฉาแน่นอนเพราะสถานที่ทำงานมันไม่ได้แยกออกจากบ้านทำให้ความมึนงงอยู่รอบตัวคุณ แต่ก็ไม่ได้สาหัสอะไรมากมายนอกจากถ้า Corona ไปแล้วจะโปรยเงินเพื่อกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ข้อดีของ quarantine คือไม่ได้ใช่เงินเลยจ้า เพราะงั้นก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ทั้งชีวิตอาจจะไม่ได้เจออีก ใครจะไปคิดว่าจะมาติดอยู่ในบ้านต่างแดนเพราะไวรัส แต่เพราะสถานการณ์แบบนี้ก็ทำให้เราได้ใกล้ชิดครอบครัวที่นี่ขึ้นไปอีกเพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

au pair in america

การเลี้ยงเด็ก แน่นอนเด็กไม่ได้น่ารักทุกวัน แต่ถ้าเราสร้างกฎที่ชัดเจนและแข็งแรงมากพอ การปราบเจ้าตัวน้อยก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 555 และพ่อกับแม่ที่นี่ก็น่ารักจนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย ที่สำคัญแม่ทำอาหารอร่อยมากจนคิดว่าถ้าจบโครงการเราน่าจะกลิ้งกลับบ้าน

ภาพรวมของโฮสแฟมิลี่ และการเป็นออแพร์?

แม่สวีทมากเป็นผู้หญิงสวยๆที่ดูแลสุขภาพเก่งมาก ตัดภาพมาที่ฉันซึ่งขี้เกียจออกกำลังกายมาก และพ่อบ้านนี้ก็ตลกจนปอดโยก และขี้แกล้งมาก ส่วนตัวโตก็น่ารัก ช่วยเราดูน้องถ้าเราทำอาหารให้กิน เป็นการผูกมิตรที่ได้ประโยชน์ทั้งคู่ 555 การมาอยู่ต่างแดนไม่ใช่ว่าจะมีแต่มุมที่มีความสุขเพียงอย่างเดียว เรื่องความอึดอัด ภาษา คือสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะใช้ความกดดันในการพัฒนาตัวเองหรือดึงตัวเองสู่ความเฉา เราเลือกได้ ไม่มีใครเก่งไปหมดนั่นหมายความว่าความต่างทำให้เราต้องปรับตัว ทุกอย่างมีหลายด้านอยู่ที่เรามอง สำหรับเรา เราสนุกมากกับการมาใช้ประสบการณ์ที่ต่างแดน และแน่นอนเราต่อปีสองกับบ้านเดิม!

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ดิว จุฑารัตน์

ออแพร์ ดิว จุฑารัตน์
Au Pair in Manhattan, NY
with Badham Family

สวัสดีค่ะ ชื่อ ดิวค่ะ เข้าร่วมโครงการตอนอายุ 26 ปี จบจากมหาวิทยาลัย มหาสารคาม คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ตอนนี้เป็นออแพร์ ที่ Manhattan, New york City ต่อปีที่ 2 กับครอบครัวเดิมค่ะ

รู้จักโครงการ ออแพร์ ได้อย่างไร?

รู้จักนานแล้วค่ะ จากเพื่อนรุ่นน้อง แต่ตอนนั้นตัดสินใจไปทำงานที่โรงแรมในจังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งได้เลื่อนตำแหน่งทำให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น จึงอยากพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม และโดยส่วนตัวชอบเด็ก จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการออแพร์ค่ะ

สิ่งสำคัญในการเป็นออแพร์?

ความอดทนสำคัญมากค่ะ เพราะออแพร์ทำงานกับเด็ก และต้องเปิดใจยอมรับ ไม่รู้อะไรต้องถามให้เข้าใจ เนื่องจากการมาใช้ชีวิตที่นี่ต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ดิวอยู่ที่นี่ ปีแรก เลี้ยงน้อง 1 คน 2 ขวบ แต่ปี 2 โฮสมีน้องเพิ่มค่ะ เลยดูแล 2 คน และมีพี่เลี้ยงเด็กอีกคน (Nanny full time) มาช่วย โฮสทั้งคู่ค่อนข้างยุ่ง เวลาการทำงานของเราเลยค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น คือทำ 6 วัน หยุด อาทิตย์ละ 1 วัน ซึ่งไม่ใช่วันหยุด เสาร์-อาทิตย์, 1 เดือนจะได้ full weekend 1 ครั้ง ตารางงานเราจะปรับเปลี่ยนตาม โฮส และ พี่เลี้ยงเด็กอีกคน แต่เขาจะถามความสะดวกของเรา แล้วแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ยอมรับว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้โฮสใจดี เข้าใจ คุยได้ทุกเรื่อง และอยู่ใจกลางเมืองนิวยอร์ก เดินทางไปไหนค่อนข้างสะดวก แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหารมากมาย แต่เราก็ต้องยืดหยุ่นในเรื่องของตารางงานให้มากที่สุดด้วยค่ะ

ได้อะไรจากการเป็นออแพร์?

ได้ความรับผิดชอบค่ะ โฮสดิวจะค่อนข้างให้อิสระ ไม่มีเคอร์ฟิว ให้แยกออกมาอยู่เอง เป็นอพาร์เม้นส่วนตัวใกล้ๆโฮส จึงต้องรับผิดชอบตัวเองในเกือบทุกเรื่องค่ะ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ออม ปวิตรา

ออแพร์ ออม ปวิตรา
Au Pair in Pittsburgh, PA
with Agrawal Family

ทำไมถึงตัดสินใจไปเป็นออแพร์ในอเมริกา?

ยอมรับว่าออมไม่เคยรู้จักโครงการออแพร์มาก่อนเลยคะ กระทั่งใกล้เรียนจบ อยากลองไปต่างประเทศดู เพื่อนเลยแนะนำให้ลองเข้าไปคุยกะพี่ๆที่ American Learning เพราะเพื่อนไปโครงการ Work & Travel และประทับใจ ตอนนั้นที่เข้าไปคุย และได้ฟังประสบการณ์ตรงจากพี่ๆเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในระหว่างโครงการ ทำให้เรารู้สึกอยากลอง และตัดสินใจทดสอบภาษาและสมัครโครงการในวันนั้นเลย และได้มีโอกาศเดินทางไปเป็นออแพร์ให้กับครอบครัว Agrawal เป็นเวลา1ปีเต็ม

ชีวิตออแพร์เป็นอย่างไร?

ออมไปดูแลเด็กทั้งหมด3คน (ผู้ชาย2คน ผู้หญิง1คน) ครอบครัวโฮสเคยมีออแพร์มาแล้ว1คน ถือเป็นโชคดีมากๆเพราะเค้าจะเข้าใจว่าเราจะต้องปรับตัวอีกเยอะกับการเริ่มต้นชีวิตการเป็นออแพร์ในต่างประเทศ ตอนช่วงเดือนแรกมีปัญหาเรื่องภาษาอยู่บ้างทั้งเรื่องคำศัพท์และสำเนียงที่เราไม่คุ้นเคย บางทีเราอยู่กับน้อง เวลาน้องพูดหรืออธิบายอะไรเราไม่ค่อยเข้าใจว่าเค้าต้องการอะไร แต่พอพ้นช่วงเดือนแรกเราปรับตัวได้เยอะ เพราะโฮสจะคอยช่วยอยู่เสมอ เวลาเราไม่เข้าใจอะไรเราจะขอให้เค้าอธิบาย เรื่องการเลี้ยงเด็กมีทั้งยากและง่ายเพราะเด็กแต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ตอนแรกเราต้องสร้างความน่าเชื่อถือและน่าไว้ใจให้แก่น้อง บางครั้งก็ท้อ ช่วงแรกๆที่คุยกะที่บ้านคือร้องไห้อยากกลับบ้านตลอด พ่อแม่ก็จะคอยให้กำลังใจ โฮสก็จะคอยให้กำลังใจคอยช่วยแก้ปัญหา เพื่อนออแพร์ก็จะคอยชวนออกไปหากิจกรรมทำระหว่างวันหยุดช่วยให้เราไม่เหงา พอเราปรับตัวได้ ทุกอย่างก็ราบรื่น

ได้รับอะไรจากการเข้าร่วมโครงการออแพร์?

ออมต้องขอบคุณโครงการออแพร์ที่สอนอะไรหลายๆอย่างในการใช้ชีวิตของออมมาก สอนให้ออมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบมากขึ้น พึ่งตนเอง มองโลกกว้างขึ้น กล้าคิด กล้าพูด กล้าที่จะทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเอง แก้ปัญหาต่างๆที่เราต้องเจอในการใช้ชีวิตอยู่ที่นู่นตอนห่างไกลครอบครัว และยังสามารถเก็บเงินไปเที่ยวสถานที่ในฝันของตัวเองอย่าง มาชูปิกชูที่ประเทศเปรูอีกด้วย

เรื่องภาษาก็ถือเป็นอีกเรื่องที่พัฒนาไปไกลมากทั้งการพูด ฟัง อ่าน เนื่องจากเราต้องใช้สื่อสารกับทั้งเพื่อน โฮส และน้องๆ ในชีวิตประจำวัน เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการพูดคุยกับเจ้าของภาษาซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีมากเมื่อเทียบกับตัวเองตอนก่อนไป

หลายคนถามว่าทำไมออมอยู่แค่ปีเดียว(สูงสุดจะอยู่ได้ 2 ปี) จริงๆชีวิตออแพร์ที่อเมริกาของออมสนุกมาก ได้ทำกิจกรรมอะไรแปลกๆใหม่ๆเยอะแยะ เจอเพื่อนจากนานานชาติที่คอยแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องราวต่างๆกันตลอด แต่ออมรู้ตัวออมดีว่าออมยังอยากไปเที่ยวในอีกหลากหลายที่ อยากเจอประสบการณ์ใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ทำให้ออมตัดสินใจจะอยู่แค่ปีเดียว แต่ถึงจะปีเดียว แต่เป็นปีที่ออมจะจำไปตลอดชีวิต ถือเป็นปีที่ออมเติบโตก้าวข้ามความเป็นเด็กมหาลัยไร้ความรับผิดชอบไปเป็นอีกคนนึงเลย(อันนี้พ่อกะแม่พูดให้ฟังหลังจากกลับมา) ชีวิตออแพร์ของออม บางวันอาจจะสบายบางวันอาจมีปัญหา แต่ออมถือเป็นความท้าทายอย่างนึงเลยนะ ว่าวันนี้เราจะจัดการกับสิ่งเหล่านั้นยังไง ออมมีความสุขทุกครั้งเลยนะเวลามีคนที่เราไม่รู้จักทักมาถามเรื่องออแพร์ ว่าชีวิตออแพร์เป็นอย่างไร สบายดีไหม ปรับตัวยังไง ดีใจที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกะคนอื่น ออมถือว่าชีวิตออแพร์ออมประสบความสำเร็จนะ อย่างน้อยทุกครั้งที่เราเล่าให้ใครๆฟังว่าเราผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงจุดนี้ มันแอบมีความภูมิใจเล็กๆกับตัวเองที่ว่า เราผ่านเรื่องราวตั้งหลายอย่างที่คนตั้งหลายคนไม่มีโอกาศได้สำผัสกับสิ่งที่เราได้เจอ

อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่ต้องการเข้าร่วมโครงการออแพร์

อยากฝากถึงทุกคนที่สนใจในโครงการออแพร์นะคะ ชีวิตอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคาดหวัง บางวันอาจมีอุปสรรคบ้าง ท้อแท้บ้าง แต่ออมเชื่อว่าเมื่อจบโครงการแล้ว เราจะภาคภูมิใจกับช่วงเวลาและประสพการณ์ที่เราได้รับจากมัน ฟังแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ แนะนำให้ลองดูคะ มันดีจริงๆนะ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – เม่ย เกวลี

ออแพร์ เม่ย เกวลี
Au Pair in Clarksburg, MD
with Mackey Family

สวัสดีค่ะ ชื่อเม่ยนะคะ ตอนนี้เป็นออแพร์อยู่ที่ รัฐ Maryland 2ปีแล้วค่ะ เราต่อปี2 และอีก 6 เดือนกับครอบครัวเดิมค่ะ

รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไร ?

ต้องบอกว่าเม่ยไม่เคยรู้จักโครงการออแพร์เลย คือเม่ยเคยได้ยินแต่ Work and Travel ซึ่งค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสน เรารู้สึกว่ามันต้องใช้ทุนเยอะ รู้สึกว่ามันห่างไกลตัวเรามากเพราะเราไม่ได้มีทุนขนาดนั้น  เม่ยมารู้จักโครงการออแพร์ได้จากการที่เห็นลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่อเมริกา แต่ตอนนั้นเม่ยก็ยังไม่รู้ว่ามันคือโครงการนะ จนตอนที่เรียนจบเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆเลย เพื่อน(คนที่ลูกพี่ลูกน้องเคยเป็นออแพร์) มาชวนเม่ยให้ไปฟังสัมนาเพราะตอนนั้นมีจัดสัมนาที่หาดใหญ่พอดี ตอนนั้นเม่ยไม่ได้สนใจโครงการหรอก เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงานแต่เราแค่อยากรู้ว่าโครงการนี้คืออะไรเฉยๆ แต่หลังจากที่ได้ฟังสัมนาเม่ยก็รู้สึกสนใจโครงการออแพร์มาก เราก็ทำงานเก็บเงินได้สักพักเริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับงานบวกกับเราอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆด้วยดังนั้นเราก็เริ่มลุยกับโครงการออแพร์ในระหว่างที่ยังทำงานอยู่ค่ะ

ทำไมถึงตัดสินใจเข้าร่วมออแพร์

เม่ยเป็นคนที่อยู่ในกรอบตั้งแต่เด็ก เรารู้สึกว่าชีวิตเราจำเจ เราอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เราอยากพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งโครงการออแพร์ที่เราพับเก็บไว้ในตอนนั้นก็ได้ตอบโจทย์เรามาก คือเม่ยอ่อนภาษาอังกฤษมาก เลยคิดว่าถ้าหากว่าเราได้มาเป็นออแพร์เราได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ได้สื่อสารกับเจ้าของภาษาจริงๆ ยังไงซะภาษาอังกฤษของเราต้องดีขึ้นแน่นอน ตอนนั้นเม่ยก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเบื่อชีวิตในเมืองไทย คิดแค่ว่าโครงการออแพร์น่าเชื่อถือ เราทำงานอยู่ฟรี กินฟรี มีรายได้ทุกอาทิตย์ ได้เงินสนับสนุนจากโฮสในการเทคคลาสเรียนภาษา ได้ใช้ชีวิตในต่างแดน แถมยังได้วันหยุด2อาทิตย์ ในการเทคเวเคชั่นเที่ยวที่ๆเราอยากไป แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วค่ะ

ชีวิตออแพร์ในอเมริกา

วันเดินทางมาที่นี่เม่ยเดินทางมาคนเดียว ตอนที่มาถึงอเมริกาวันแรก ในใจคิดว่านี่เราอยู่อเมริกาแล้วจริงๆใช่ไหม มาวันแรกก็มี culture shock นิดหน่อย ผู้คนตัวสูงใหญ่ คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษเร็วมากๆ เราฟังไม่ทันและเข้าใจเลย ต้องปรับตัวเยอะมากใน 2-3เดือนแรก ตอนมาถึงใหม่ๆ ตอนนั้นเม่ยอยู่กับโฮสบ้านแรก โฮสให้การต้อนรับเราอย่างดี เค้ารู้ว่าภาษาเราไม่ดี เค้าก็พูดกับเราช้าๆและพยายามใช้คำศัพท์ง่ายๆกับเรา ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเค้าก็จะพิมพ์ส่งมาในอีเมลอีกทีหลังจากคุยเสร็จ เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจตรงกัน ปัจจุบันเม่ยอยู่กับโฮสบ้านที่ 3 โฮสแม่เป็นชาวตุรกีเกิดและโตที่นี่ โฮสพ่อเป็นชาวอเมริกา โฮสพ่อและแม่อายุห่างจากเราไม่มาก เค้าดูแลเราเหมือนน้องสาว บางครั้งก็เหมือนลูก โฮสใจดี เป็นกันเองมาก สามารถพูดคุยเรื่องจิปาถะและปรึกษาได้ทุกเรื่อง ตอนที่เม่ยย้ายมาอยู่บ้านนี้ตอนนั้นกำลังจะเข้าเดือนที่ 6 ของการมาใช้ชีวิตในอเมริกา การฟังของเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ คือฟังโฮสแล้วเข้าใจ ฟังทันว่าเค้าพูดอะไร เราจะเห็นพัฒนาการของเราทุกวัน บ้านนี้คือดีมาก อยู่กันอย่างครอบครัวจริงๆ ได้เรียนรู้และเผยแพร่วัฒนธรรมทางด้านอาหารเยอะมากเพราะโฮสแม่ชอบทำอาหาร เราก็จะได้กินทั้งอาหารไทย อาหารตุรกี อาหารอเมริกัน สลับไปมาตลอด เม่ยไม่เคยมีปัญหาเรื่องอาหารเลย ส่วนเด็ก ๆ ก็น่ารัก เชื่อฟัง อาจจะมีดื้อบ้างแต่ โฮสอนุญาตให้เราเลี้ยงลูกของเค้าตามวิธีของเราเลย ไม่สปอยเด็ก ซึ่งถือว่าดีมาก เม่ยจะว่างทุกวันเสาร์ อาทิตย์ได้เจอเพื่อนๆมีแพลนสนุกๆให้ทำกันตลอด ได้เจอเพื่อนใหม่ๆทั้งไทยและต่างชาติ

สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการออแพร์

ได้เยอะมากเลยจริงๆค่ะ ภาษาดีขึ้นแน่นอน ได้เรียนรู้วัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆที่เราไม่เคยทำ เช่น Halloween, Thanksgiving, Easter day เรามีความรับผิดชอบมากขึ้นจากเมื่อก่อน มีระบบความคิดในการจัดการกับเวลาดีขึ้นมาก มองโลกกว้างขึ้น และมีความอดทนใจเย็นขึ้นมากค่ะ

ฝากถึงเพื่อนๆที่อยากเป็นออแพร์

ถึงเพื่อนๆที่อยากเป็นออแพร์นะคะ การได้มาเป็นออแพร์สำหรับเม่ยถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เม่ยไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจมาที่นี่ เพื่อนๆก็อย่าได้ลังเลเลยค่ะ แค่มีความมุ่งมั่น แล้วคว้าโอกาสนี้ไว้ เพื่อนๆจะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าแน่นอน

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – อีฟ ภัทราภรณ์

ออแพร์ อีฟ ภัทราภรณ์
Au Pair in Sunnyvale, CA
with Coxeter Family

สวัสดีค่ะ เราชื่ออีฟนะคะ อายุ 23 ปีค่ะ ตอนนี้เป็นออแพร์ปี 2 อยู่ที่ Sunnyvale, CA ดูแลน้อง 1 คนค่ะ

ทำไมตัดสินใจไปเป็นออแพร์ในอเมริกา ?

ก่อนอื่นเลยต้องเท้าความก่อนว่าทำไมเราถึงตัดสินใจมาเป็นออแพร์ ทั้งๆที่อายุก็แค่นี้ (พี่ๆออแพร์คนไทยที่นี่ มองว่าเรามาเร็วนะ ฮ่าๆ) เราอยากหาประสบการณ์ชีวิตค่ะ ก่อนจะเริ่มสังคมทำงานจริงๆ แบบที่ต้องนั่งในออฟฟิศ ไม่ได้ขยับตัวไปไหน เราไม่ได้มองว่าตัวเองเด็กเลยนะเมื่อเทียบกับเพื่อนออแพร์ประเทศที่อื่นที่เรารู้จัก เขาอายุ 18 ก็มากันได้แล้ว แต่ของเรา เรารอเรียนจบปริญญาตรีก่อน แล้วช่วงที่รอจบปริญญาตรีนี่แหละค่ะ เกิดช่วงค้นหาตัวเองขึ้น จนได้ไปเจอกับพี่คนหนึ่งที่เขาจะมาเป็นออแพร์ที่อเมริกา และตอนนั้นเราก็มีความคิดอยากจะเดินทางไปใช้ชีวิตต่างประเทศดูบ้าง อยากใช้ชีวิตให้เต็มเหนี่ยวก่อนจะไม่ได้ทำ พอได้อ่านรายละเอียดโครงการ ก็รู้สึกว่ามันใช่เรามากๆ เราชอบเด็กมาก โดยเฉพาะวัย Pre-school เราชอบเลี้ยงหลานค่ะ พอคิดได้ว่านี่แหละคือทางของเรา เราก็เริ่มหาข้อมูล และติดต่อเอเจนซี่ไปเพื่อฟังสัมมนาค่ะ

เล่าเกี่ยวกับการเป็นออแพร์หน่อย

ก่อนอื่นเลยเราใช้เวลาเก็บชั่วโมงค่อนข้างนาน เพราะว่าเราอยากมาอเมริกาหลังวันเกิดเราค่ะ เลยไม่รีบร้อน และใช้เวลาเก็บชั่วโมงเป็นเวลา 8 เดือน เราได้ออนไลน์ช่วงปลายสิงหาคม 2019 มีโฮสต์เข้ามาขอสัมภาษณ์ตั้งแต่วันแรกเลย ช่วงนั้นโฮสต์ไม่ค่อยเยอะค่ะ เข้ามาอาทิตย์ละ 1-2 บ้านเอง สุดท้ายเราก็ตัดสินใจแมทช์กับบ้านน้อง 3 คนที่ Wynnewood, PA ค่ะ

หลายคนอาจจะมองว่าเด็ก 3 คนไม่เหนื่อยแย่หรอ บอกตามตรงเลยว่าเหนื่อยค่ะ ฮ่าๆ งานเยอะมาก ของน้องก็เยอะ ต้อง put away ทั้งวันเลยค่ะ ฮ่าๆ แต่เราก็สนุกกับน้องนะ เพราะน้องๆต้อนรับดีมาก น่ารักมากๆ และสถานที่ก็ดีค่ะ แต่เรื่องอากาศไม่ได้ดีมาก เพราะทางนั้น humid มากๆ ฝนตกบ่อย แถมยังมีพายุบ่อยด้วยค่ะ เคยไม่มีไฟฟ้าใช้ 1 อาทิตย์ ทรมานมากๆเลย

ชีวิตออแพร์ช่วงโควิดเป็นยังไงบ้าง

แถมปีที่เราเป็นออแพร์เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 อีก มันทำให้เราไม่ได้ออกไปไหนเลย ใช้ชีวิตเพื่อการทำงานล้วนๆ ตั้งแต่ตื่นนอนยันเวลาหลับเลยค่ะ เพราะน้องเองก็อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน ทำให้เราต้องเลี้ยงน้อง 3 คนในเวลาเดียวกันทั้งวัน จนช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายก่อนเราจะจบโครงการปีแรกที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น และมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น มีเวลาออกไปเที่ยวเล่นได้บ้างแล้ว แต่สุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจเปลี่ยนบ้านในปีที่ 2 ด้วยเหตุผลที่อยากจะสำรวจอเมริกาในส่วนอื่นๆบ้าง ไม่ใช่อยู่ที่เดียวตลอด เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้นเมื่อไหร่ โฮสต์ก็เข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเรา แม้เขาจะบอกว่ามัน disappointed สำหรับเขาก็เถอะ ฮ่าๆ เราจึงเลือกย้ายจากฝั่ง East มาทางฝั่ง West เลยค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าการย้ายบ้านเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสำหรับเรามาก แต่ในขณะเดียวกันก็เศร้าใจที่ต้องจากน้องๆที่ดูแลมาตลอดทั้งปี ฮ่าๆ แต่การเดินทางบทใหม่ของเราก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ 🙂

ออแพร์ในปีที่ 2 แตกต่างกับปีแรกมั้ย

อย่างแรกเลยที่แตกต่างคือโฮสต์ค่ะ เพราะปีแรกเราอยู่กับบ้าน Asian-Canadian พอปีที่ 2 เราเลยมีเป้าหมายแล้วว่าจะอยู่กับบ้าน American บ้าง เพราะอยากรับวัฒนธรรมแบบใหม่ๆ ข้อแรกที่แตกต่างคือการเฉลิมฉลองที่เห็นได้ชัดเลยค่ะ เพราะปีแรกเราอยู่กับบ้านที่ฉลอง Hanukkah ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวยิว ทำให้เราไม่ได้ดื่มด่ำวัน Christmas เหมือนคนอื่นๆ แต่จุดเทียนวัน Hanukkah แทนค่ะ พอปีนี้เราอยู่กับบ้านอเมริกัน เราเลยได้ตกแต่งต้น Christmas แล้วค่าทุกคน เย่! เรื่องอาหารก็เช่นกัน เราคิดถึงอาหารไทยมาก แต่โชคดีที่บ้านแรกที่อยู่เป็นเอเชีย ทำให้เราได้กินทุกอย่างที่เป็นเอเชียเลยค่ะ มีหม้อนึ่งข้างเหนียวด้วยนะ ว่าไม่ได้ ฮ่าๆ เพื่อนออแพร์คนอื่นเขานึ่งกันใน pot ไม่ก็ไมโครเวฟ แต่เรามีหม้อนึ่งค่าทุกคน ฮ่าๆ พอปี 2 เรายังไม่ได้กินอาหารเอเชียเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะโฮสต์เป็นอเมริกัน แต่ดีที่เขาค่อนข้างเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติ ตอนนี้อยู่บ้านปี 2 มาได้ 1 เดือนกว่าๆแล้ว แฮปปี้มากๆค่ะ

ผ่านไป 1 ปีแล้ว ตอนนี้คิดยังไงกับการเป็นออแพร์ในอเมริกา

การมาเป็นออแพร์ของเราจะเรียกว่า take gap year ก็ได้ค่ะ แต่เป็น gap year ที่เต็มเหนี่ยวมากๆเลย ทั้งได้พัฒนาตัวเอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่ทางเกิดขึ้นในชีวิตแน่ๆถ้าเรายังอยู่ประเทศไทย สำหรับเพื่อนๆที่สนใจโครงการออแพร์ อยากบอกว่ามาเลยค่ะ ไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจมาโครงการนี้ ได้พบเพื่อนใหม่จากรอบโลกที่มาเป็นออแพร์เหมือนกัน แถมยังได้เป็นเพื่อนกับน้องอีก ชีวิตตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเหงาเลย เพราะมีน้องกับโฮสต์อยู่ด้วยกันตลอด อย่าให้ความกลัวมาปิดกั้นตัวเองนะคะ อย่าคิดว่าภาษาเราไม่เก่ง ไม่กล้าไปหรอก เราจะบอกว่าเราก็ไม่เก่งเหมือนกันค่ะ แต่มาที่นี่มันเปิดกว้างมากๆ โฮสต์และน้องพร้อมช่วยเรา และเรียนรู้ไปพร้อมกับเราเช่นกันค่ะ เราเชื่อว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ดีๆจากที่นี่กลับไปแน่นอนค่ะ

ฝากเพจเราด้วยน้า ...

ก่อนจากกัน เราขออนุญาตขายของนิดนึงนะคะ ฮ่าๆ ช่วงโควิดที่อยู่บ้านตลอด เราได้มีโอกาสสร้างบล็อกใน minimore ขึ้น เพื่อเขียนบทความเกี่ยวกับออแพร์ไว้เป็นปณิธานให้กับเพื่อนๆที่สนใจโครงการนี้ได้มาศึกษา หวังว่าบทความเราจะช่วยทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ฝากด้วยนะคะ ค้นหาบทความชื่อ ‘#ดิออนออนเดอะโรล’ ในเว็บไซต์ minimore ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่า 🙂

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – ฟักแฟง ธันยพร

ออแพร์ ฟักแฟง ธันยพร
Au Pair in Bridgewater, NJ
with Capolino Family

Au pair in New Jersy

ออแพร์ใช้ชีวิตอยู่กับโฮสเป็นยังไง?

สวัสดีค่ะ ฟักแฟงเองนะคะ ตอนนี้เป็นออร์แพร์อยู่ที่ New jersey กับ Capolino family ค่ะ อยู่บ้านนี้ตั้งแต่ปีแรกตอนนี้เข้าปีที่สองแลัว จากประสบการณ์ของปีแรกบอกได้เลยว่าตัวเองโชคดีมากเหมือนกัน ได้เจอครอบครัวที่เค้ารักและเอ็นดูเราเหมือนเป็นส่วนนึงของครอบครัว โฮสต์พาเราไปเจอญาติๆ แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนๆของเค้า พาไปทานข้าว สังสรรค์กับเพื่อนๆปกติเลยค่ะ เค้าไม่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนอื่น ทำให้คนไกลบ้านอย่างเรารู้สึกอบอุ่นใจ แทบจะไม่ค่อยมีอาการ Homesick เลย 

มุมมองหลังมาเป็นออแพร์?

แฟงดูแลน้อง 1 คนเป็นผู้หญิงค่ะ ตอนนี้ก็ 6 ขวบแล้ว ตอนช่วง 1-2 เดือนแรกที่มาก็อาจจะมีการปรับตัวกันนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ทุกวันนี้สนิทกับน้องมากค่ะ เหมือนเป็นคนรู้ใจกันไปแล้ว น้องเรียนแฟงว่า Big sister และเค้าใช้คำแทนตัวเองว่า Little sister ส่วนเรื่องการเป็นอยู่ที่อเมริกาสำหรับแฟงถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ ได้เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ที่สำคัญได้ไปเที่ยวด้วย ครบทุกรสชาติเลยค่ะ แฟงว่าโครงการออแพร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีมาก ทำให้แฟงได้โตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น และถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจอย่ารอช้านะคะ ติดต่อพี่ๆ American Learning ได้เลย พี่ๆใจดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอน สุดท้ายนี้แฟงก็อยากจะบอกเพื่อนๆว่า มาเถอะค่ะ มาแล้วจะติดใจ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – สีฟ้า ฐาปนี

ออแพร์ สีฟ้า ฐาปนี
Au Pair in Orange County, CA
with Perea Family

ทำไมจึงตัดสินใจไปเป็นออแพร์อเมริกา?

สวัสดีค่ะ ชื่อสีฟ้า อายุ25ปี เราเป็นออแพร์อยู่เมือง Orange County, California แรกเริ่มตอนที่มาได้ดูแลน้องสองคนค่ะ ต่อมาโฮสตัดสินใจมีน้องเพิ่ม เราเลยได้ดูแลทั้งหมดสามคนค่ะ ที่ตัดสินใจมาเป็นออแพร์เพราะว่าเราชอบภาษาอังกฤษมาก และอยากลองใช้ชีวิตแลกเปลี่ยน เรียนรู้วัฒนธรรมของคนอเมริกันอีกทั้งยังได้ฝึกภาษากับเจ้าของภาษา

ออแพร์ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

หน้าที่หลักของเราในการดูแลน้องคือ เตรียมอาหารเช้า พาน้องแต่งตัว หากโรงเรียนเปิดน้องคนโตจะไปโรงเรียนแต่เราไม่ต้องขับรถให้ เพราะโฮสเป็นคนไปรับ-ส่งเอง ระหว่างวันที่อยู่บ้านกับน้องคนเล็ก ก็จะพาน้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ปั้นดินน้ำมัน วาดรูป ระบายสี อ่านหนังสือ พาออกไปเดิน หรือไปสวนสาธารณะใกล้บ้าน ตารางงานของเราคือเช้าถึงเย็นค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะได้เตรียมอาหารให้น้องทั้งสามมื้อ รวมถึงพาน้องนอนกลางวัน อาบน้ำ และเตรียมอาหารกลางวันสำหรับพี่คนโตที่จะต้องนำไปทานที่โรงเรียน ช่วงแรกเราปรับตัวกับน้องคนโตนานมาก เพราะน้องไปโรงเรียนตลอดจึงไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับเรา มีท้อนะคะแต่ไม่ถอย เราใช้เวลาทั้งหมดประมาณสิบเดือน กว่าที่น้องคนโตจะยอมเล่นด้วย และคอยเรียกหาเรา ข้อแนะนำของเราในการปรับตัวเข้าหาน้องก็คือ พยามชวนเขาพูดคุยค่ะ ชวนเล่นบ่อยๆ เป็นการละลายพฤติกรรม เพราะว่าเราถือเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา หากน้องไม่สนใจ เห็นเราเป็นธาตุอากาศ อย่าได้กังวลค่ะ เด็กแต่ละคนใช้เวลาปรับตัวไม่เหมือนกัน เวลาจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราและน้องๆ ดีขึ้น จนเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาไปเลยค่ะ

การใช้ชีวิตกับครอบครัว Host Family

การอยู่ร่วมกันกับโฮสแฟมิลี่เป็นอะไรที่อบอุ่นมาก สองสามเดือนแรกยอมรับว่าโฮมซิคหนักมากแต่ก็ผ่านมาได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เรียนรู้จากการเป็นออแพร์ นอกเหนือจากภาษาและวัฒนธรรมที่เราคาดหวังแล้ว การเป็นออแพร์ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น มีระเบียบวินัย และรู้จักบริหารจัดการ การวางแผนตารางเวลาต่างๆ บางคนอาจจะคิดว่าการมาอยู่กับโฮสเขาจะต้องคอยดูแลเราทุกอย่าง แต่ความจริงแล้วเราควรที่จะมีความรับผิดชอบ และแสดงให้โฮสเห็นว่าเราดูแลตัวเองได้ จัดการสิ่งรอบข้างได้ สิ่งนี้จะทำให้โฮสมั่นใจ และเชื่อมันว่าเรามีศักยภาพที่ดี โฮสสามารถไว้วางใจให้เราดูแลลูกของเขาได้อย่างไร้กังวล

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันคือการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ช่วงแรกๆที่เริ่มงาน เราคอยถามโฮสตลอดว่า ฉันทำแบบนี้ได้ไหม เธอชอบไหม มีตรงไหนอยากให้ปรับหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่มั่นใจสิ่งที่เขาพูดห้ามตอบตกลงเด็ดขาด เพียงเพราะไม่กล้าถามเขา หรือไม่กล้าให้เขาอธิบาย ถึงแม้ภาษาอาจจะมีอุปสรรคบ้างในการสนทนา แต่เราต้องทำให้บทสนทนากระจ่างทุกครั้ง เพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงานค่ะ

     เหนือสิ่งอื่นใดการมาเป็นออแพร์ทำให้เราได้มิตรภาพ ได้ครอบครัวเพิ่มอีกหนึ่งครอบครัว ประสบการณ์ ความทรงจำ ที่หาซื้อไม่ได้ และต้องบอกเลยว่าเราหลงรักน้องๆ อย่างที่คิดว่า วันที่จะต้องโบกมือลา ออแพร์คนนี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่นอนค่ะ!

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – อุ้ย สิริภากรณ์

ออแพร์ อุ้ย สิริภากรณ์
Au Pair in Alexandria, VA
with Roy Family

สวัสดีค่ะชื่ออุ้ยค่ะ เป็นออแพร์มา 2 ปี 6 เดือนกับบ้านRoy และจบโครงการเดือนกุมภาพันธุ์ 2021

รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไร?

ถ้าถามว่ารู้จักกับโครงการออแพร์ได้อย่างไร ต้องยกความดีความชอบไปให้แม่ของเรา แม่เราเป็นคนทัศนคติดีเขาเป็นคนที่แนะนำโครงการนี้ให้เรารู้จักเพราะเขาคิดว่าการที่เราไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศคนเดียว มันจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายและได้เห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น ซึ่งเราก็เห็นด้วยอีกอย่างคือ เราอยากฝึกภาษาเพราะมีความฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส (ถึงแม้มาที่นี่แล้วความคิดจะเปลี่ยนไปก็เถอะ) นั่นแหละคือเหตุผลที่เรามาเป็นออแพร์

โฮสแฟมิลีที่เราไปอยู่ด้วยเป็นอย่างไร?

หลังจากที่เราได้แมทช์กับครอบครัว Roy เราได้ดูแลน้องแฝด ชาย-หญิง ตอนที่เรามาอเมริกาใหม่ๆ น้องอายุสองเดือนครึ่ง เราดูแลน้องจนตอนนี้น้องอายุจะสามขวบแล้ว เรารู้สึกรักและผูกพันกับน้องและครอบครัวนี้มาก เขาดูแลเราดีทุกเรื่อง เรากับโฮสมัมคุยกันได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการเมือง เรื่องเดท ไปจนถึงเรื่องจุกจิกของใช้ของผู้หญิง โฮสแด๊ดก็ขี้เล่น ใจดี ชอบทำเหมือนเราเป็นลูกสาวคนโต คุณตาคุณยานก็เอ็นดูเรา โดยเฉพาะคุณตาชอบบอกคนไปทั่วว่าเราเป็นลูกสาวคนที่สอง น้องที่เราเลี้ยงก็มีดื้อบ้างตามประสาเด็ก แต่มัมกับแด็ดก็ให้สิทธิ์เราเลี้ยงน้องเต็มที่เขาไม่มายุ่งเลย

การปรับตัวหลังมาใช้ชีวิตที่อเมริกาเป็นยังไง?

ต้องบอกว่าเราเป็นคนปรับตัวง่าย ไม่ว่าจะเรื่องกิน เรื่องที่อยู่ เลยโชคดีไม่มีปัญหาเรื่อง culture shock หรือ Homesick ที่นี่เลย เราว่าถ้าเราเปิดใจ พร้อมจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันก็ทำให้ทุกอย่างดูง่ายและสนุกขึ้นในความรู้สึกเรา อย่างการขึ้นเครื่องบินจากนิวยอร์คมาเวอร์จิเนียที่ครอบครัวเราอยู่ เราต้องมาคนเดียวแถมต้องโหลดกระเป๋าเองอีก แต่เราก็ผ่านมันมาได้ด้วยรอยยิ้มสยามและความกล้าที่จะถาม ถึงแม้ภาษาเราไม่แข็งแรงแต่คนที่นี้เขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือเราและเป็นมิตรมากๆ เราได้ทำอะไรใหม่ๆในที่ใหม่ๆ ได้ลองขึ้นบัส ขึ้นรถไฟขึ้นเครื่องไปเที่ยวคนเดียว ได้ไปปีนเขา ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เราว่ามันเป็นความทรงจำที่มีค่ามากกับการมาเป็นออแพร์ที่นี่ แถมยังได้ครอบครัเพิ่มอีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันคือการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ช่วงแรกๆที่เริ่มงาน เราคอยถามโฮสตลอดว่า ฉันทำแบบนี้ได้ไหม เธอชอบไหม มีตรงไหนอยากให้ปรับหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่มั่นใจสิ่งที่เขาพูดห้ามตอบตกลงเด็ดขาด เพียงเพราะไม่กล้าถามเขา หรือไม่กล้าให้เขาอธิบาย ถึงแม้ภาษาอาจจะมีอุปสรรคบ้างในการสนทนา แต่เราต้องทำให้บทสนทนากระจ่างทุกครั้ง เพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงานค่ะ

ได้อะไรจากการเป็นออแพร์ในอเมริกา?

ถ้าถามว่าได้อะไรจากการเป็นออแพร์ แต่ล่ะคนคงตอบไม่หมือนกันเพราะประสบการณ์ที่ได้มันต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่สำหรับเรา เราว่าเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะแยะโดยเฉพาะทัศนคติที่ดีขึ้นมากๆของเรา เราได้เรียนรู้จากคนที่นี่เรื่องทัศนคติต่อคนอื่น คือเราจะไม่มองรูปร่างภายนอกของคนอื่น แต่เราจะเน้นเรื่องของภายในใจแทน และเราจะไม่พูดเรื่องรูปลักษณ์หรือเรื่องไม่ดีของคนอื่นเด็ดขาด เพราะนั้นถือว่าเป็นการไม่เคารพผู้อื่น ซึ่งค่อนข้างต่างจากที่ไทยมาก

     เราอยากให้เพื่อนๆได้มาลองใช้ชีวิตเป็นออแพร์ที่นี้ดู เราว่าเพื่อนๆจะต้องได้เรียนรู้ ได้เปิดโลก ได้มองเห็นอะไรใหม่ๆในมุมใหม่ๆ อย่างแน่นอน เรารับรองว่ามันต้องคุ้มค่าแน่นอน

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – มิ้ง วิชญา

ออแพร์ มิ้ง วิชญา
Au Pair in San Jose, CA
with Faith Family

สวัสดีค่ะ มิ้ง วิชญา วิบูลย์ศรีสัจจะ อายุ 27 ปี จบจาก คณะมนุษยศาสตร์ เอกปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็น Au pair ของ Faith Family (San Jose, California) ดูแลน้อง 4 คน หญิง 2 ชาย 2 ค่ะ

รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไร?

หลังจากเรียนจบได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจสมัครโครงการออแพร์ ได้รู้จักโครงการออแพร์จากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นพี่เขาเป็นออแพร์อยู่ที่อเมริกา ตอนแรกที่คุยกัน พี่เขาแค่บอกว่าพี่มาเป็นออแพร์ หลังจากนั้นเราเลยลองหาข้อมูลในเว็บไซต์เกี่ยวกับรายละเอียด และได้มาเจอกับ American Learning จึงได้ตัดสินใจไปสัมมนาและใช้เวลาเตรียมตัวก่อนออนไลน์ประมาณ 1 ปี ออนไลน์ได้ประมาณ 6-7 เดือนและตัดสินใจแมทช์กับบ้านนี้หลังจากคุยกันได้ 1 อาทิตย์

ชีวิตออแพร์เป็นอย่างไร?

ตอนที่นั่งเครื่องบินจาก New York มาลง San Jose ระหว่างทางก็เริ่มมีอาการเครียดและกดดันมาก แต่พอมาถึงโฮสก็ต้อนรับเราอย่างดี อบอุ่นมาก ให้น้องๆพาทัวร์บ้าน แนะนำสิ่งต่างๆภายในบ้าน ทุกคนในครอบครัวดูแลเราเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะคุณตา คุณยาย คุณปู่และคุณย่า เราสามารถคุย ปรึกษากับโฮสได้ทุกเรื่องเหมือนครอบครัว เวลาโฮสไปเที่ยวก็จะพาเราไปด้วย ทำให้เราได้เที่ยวไปในตัว เวลาไปเที่ยวด้วยกัน โฮสไม่ได้ให้เราทำงานตลอดเวลา อาจจะมีบ้างที่ขอให้ช่วยดู แต่ก็น้อยมาก และโฮสแด๊ดชอบทำอาหารมาก บางครั้งก็ทำอาหารไทย(ที่ไม่ใช่ไทยแท้เท่าไหร่) เพราะโฮสมัมทานเผ็ดไม่ได้ ให้เราทานด้วย น้องก็ปรับตัวกับเราได้ไม่ยากอาจเพราะว่าเคยมีออแพร์มาก่อนแล้ว 3 คน และมีคนไทยด้วยคือคนก่อนหน้าเรา

การทำหน้าที่ออแพร์เป็นอย่างไร?

การทำงาน โฮสให้เราสามารถดูแลน้องในแบบของเราได้ ขอแค่ให้อยู่ในกฎที่โฮสให้น้องทำตาม และโฮสจะสอนน้องตลอดให้เคารพและเชื่อฟังเรา ทำให้การทำงานของเราง่ายมาก ในส่วนของการทำงาน เราแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้า ตื่นมาเตรียมตัวน้องและส่งที่โรงเรียน เริ่มอีกทีคือช่วงบ่ายตอนไปรับน้องจากโรงเรียนและดูแลจนถึงเข้านอน

ออแพร์จะได้เรียนด้วย มิ้งเรียนอะไร?

เรื่องเรียนเราเรียน ESL (English as a Second Language) ทุกวันช่วงเวลาพัก เรามีวันหยุดเต็มวันทั้งเสาร์และอาทิตย์ มีรถใช้ส่วนตัว สามารถไปไหนก็ได้โฮสไม่ว่าและไม่มีเคอฟิว เราเป็นออแพร์ของบ้านนี้ครบ 2 ปีแล้วและตอนนี้อยู่ในช่วงต่ออีก 6 เดือน ที่ตัดสินใจอยู่ต่อเพราะเรารักเด็กทั้ง 4 คน และโฮสแด๊ดกับโฮสมัมบอกว่า เด็กๆก็รักเราและเชื่อฟังเรามาก อยากให้เราอยู่ต่อ พอดีกับที่ช่วงนี้เป็นสถานการณ์โควิด และทางโครงการให้ต่อได้อีก 6 เดือน

     เราขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจมาโครงการนี้ ขอบคุณพ่อแม่ที่ไม่เคยห้ามเราและคอยสนับสนุนตลอด และขอบคุณ American Learning ที่มีโครงการดีดีแบบนี้ ทำให้เราได้เจอครอบครัวที่ดี และประสบการณ์ที่ดีแบบนี้

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – อันนา จอมขวัญ

ออแพร์ อันนา จอมขวัญ
Au Pair in Seattle, WA
with Jones Family

ทำไมจึงตัดสินใจไปเป็นออแพร์อเมริกา?

สวัสดีค่ะ ชื่อ อันนา อายุ 25 ปี จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ เอกบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นออแพร์เมือง Seattle รัฐ Washington เป็นเวลาสองปีแล้วค่ะ จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจไปเป็นออแพร์ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากตอนนั้นเป็นช่วงเรียนจบใหม่และกำลังหางานที่เราสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน แต่งานที่สนใจต้องการคนที่มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อยขั้นต่ำสองปี ทำให้เราเกิดความสนใจที่จะหางานที่สามารถทำงานและมีเวลาท่องเที่ยวในต่างประเทศได้ และโครงการออแพร์เป็นโครงการหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์เราได้มากที่สุดในตอนนั้น ทำให้เริ่มหาข้อมูลการเป็นออแพร์อย่างจริงจังและทำการสัมภาษณ์กับโฮสแฟมิลี่และการตัดสินใจในการเป็นออแพร์ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เราคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากเราจะสามารถทำงานที่ช่วยเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเราแล้ว ยังได้มีเวลาเรียนระยะสั้นในสิ่งที่เราสนใจและได้ท่องเที่ยว เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ พบเจอผู้คนหลากหลายแบบจากทั่วทุกมุมโลก เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลยค่ะ

การใช้ชีวิตกับครอบครัว Host Family

เราและโฮสอยู่กันแบบคนในครอบครัวค่ะ เราสามารถปรึกษาโฮสได้ทุกเรื่อง เขาสอนเราเกี่ยวกับประเทศอเมริกาในเรื่องของการใช้ชีวิต การเมือง อาหาร วัฒนธรรม วันหยุดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เราโชคดีที่โฮสพร้อมที่จะอธิบายและสอนคำศัพท์ที่เราไม่เข้าใจ เมื่อเรามีเวลาหลังเลิกงานตอนเย็น เราก็จะใช้เวลาดูหนังและทานอาหารเย็นกับโฮส แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำให้เราได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทุกวัน เราและโฮสชอบเที่ยวทางธรรมชาติมากค่ะ ในช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เราก็จะไปเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือปิกนิกในสวนสาธารณะกัน ส่วนวันหยุดสำคัญ เราและโฮสก็จะช่วยกันทำอาหารไทยและอเมริกัน ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกิน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ฝากถึงเพื่อนๆที่อยากเป็นออแพร์

อยากให้คนที่อยากเป็นออแพร์เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การทำงานเกี่ยวกับเด็กเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ เพราะเราต้องมีความรับผิดชอบในหลายๆด้าน รับมือกับอุปสรรคปัญหาต่างๆด้วยตนเอง หากเราเรียนรู้ที่จะยอมรับและแก้ไขกับปัญหา เราก็จะสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข และสิ่งที่ได้รับจากการเป็นออแพร์ นอกจากจะได้พัฒนาภาษาแล้ว เรายังได้รับประสบกาณ์ชีวิต  เป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจจากการลงมือทำของตัวเราเอง และขอขอบคุณพี่ๆ American Learning ที่คอยสนับสนุนความประสบความสำเร็จของเราครั้งนี้ด้วยค่ะ

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail

ออแพร์ – แก้ว นภัสรณ์

ออแพร์ แก้ว นภัสรณ์
Au Pair in San Francisco, CA และ Lake Oswego, OR
with Taussig Family

แก้วเดินทางมาอเมริกา ต้นเดือน สิงหาคม 2556 ปีแรก มาอยู่กับครอบครัวอเมริกัน ที่เมือง San Francisco, California ตอนนี้ต่อสัญญาปีที่ 2 โฮสย้ายบ้านอยู่ที่ เมือง Portland, Oregon แก้วดูแลน้อง 3 คน ผู้หญิง 2 คนและ ผู้ชาย 1 คน ค่ะ Host family และ น้องๆ น่ารัก เป็นกันเองเหมือนครอบครัว

ได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการออแพร์?

เหตุผลส่วนตัวที่เลือกเป็นออแพร์ เพราะอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเป็นออแพร์ คือ ได้รู้จักเพื่อนทั่วโลก เรียนรู้วัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวในอเมริกา อีกทั้งยังฝึกให้รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆรอบตัว มีความรับผิดชอบในการทำงาน สุดท้ายสิ่งที่ได้รับมากที่สุดคือ การพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษค่ะ ใครที่ภาษาไม่เก่ง แล้วอยากพัฒนาภาษาอังกฤษโดยการมาเรียนกับเจ้าของภาษา เลือกมาเป็นออแพร์รับรองค่ะว่าทักษะภาษาจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

If you would like to improve your English, you should live in a country that speak English as a first language.

สอบถามโครงการออแพร์เพิ่มเติม โทร. 082-0691000

Facebooktwittermail