WORK AND TRAVEL IN USA by ALC


สิ่งที่ต้องทำหลังรู้ว่ามีสิทธิ์เข้าไปสัมภาษณ์งานนี้ 🚀 (Work & Travel รุ่นนี้เตรียมตัวให้เป๊ะนะจ๊ะ)
1. ทำคลิปแนะนำตัว (YouTube Video)
ส่งภายใน 3 วัน หลังจากวันที่พี่ๆ แจ้งว่าผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์กับ US Sponsor
ความยาวคลิป: 2–4 นาที
มุมกล้อง: มองตรงเข้ากล้อง อย่าอ่านจากจอ/สคริปต์
แต่งตัว: ชุดนักศึกษา หรือชุดสุภาพ
เนื้อหาในคลิป:
-แนะนำตัว (ชื่อ, เรียนอะไร)
-จุดเด่นของเรา ที่เหมาะกับงานนี้
-ทำไมถึงอยากทำงานนี้ และสมัครตำแหน่งนี้
2. เตรียมเอกสารสำหรับสัมภาษณ์งาน ส่งภายใน 5 วัน หลังจากวันที่พี่ๆ แจ้งว่าผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์กับ US Sponsor
-Application for Employment
-Resume



เนื่องจากไปหลังเพื่อน เลยต้องเดินทางคนเดียว ปกตินายจ้างจะเป็นคนมารับที่
เพื่อนๆร่วมบ้าน (Housemate) ก็เป็นคนที่ทำงานที่เดียวกันค่ะ เพราะมันเป็น employee housing ก็เลยไม่ค่อยกลัว เพราะไม่ใช่คนแปลกหน้า อยู่ๆก็ไปก็สนิทกันหมดเลยค่ะ เค้าเฟรนลี่มากๆ ในห้องครัวก็มี vending machine ตู้กดกาแฟฟรี ทีวี xbox โต๊ะปิงปอง อุปกรณ์ทำอหารก็ครบครัน ชอบมากกก
ถ้าอยากเข้าเมืองก็แค่นั่งรถบั

ถือเป็นงานที่คุ้มค่ามากค่ะ ทั้งในด้านประสบการณ์ และรายได้ หลายๆคนเก็บเงินกับบ้านกันได้

สวัสดีครับ ชื่อแชมป์ จะมาแชร์ประสบการณ์จากการไป Work and Travel ที่ Yellowstone Club, Montana
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ๆ American Learning ทุกคนนะครับที่คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และเอ็นดูพวกเราอย่างดีมาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนจบโครงการ ขอบคุณครับ 
เข้าเรื่องครับ (ขออนุญาตใช้คำย่อ ดังนี้ ALC = American Learning / YC = Yellowstone Club / GGI = Gallatin Gateway Inn เพื่อความสะดวกของผม) แรกเริ่มเลยจริงๆผมต้องไปทำงานอีกที่นึงที่ไม่ใช่ YC แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ Covid-19 ทำให้โดนยกเลิกไป ตอนแรกก็เกือบจะไม่ได้ไปแล้วแต่พี่ๆ ALC ก็พยายามอัพเดทสถานการณ์ข่าวสารให้ข้อมูล คำปรึกษา แนะแนวทางเพื่อผลประโยชน์ที่เป็นธรรมที่สุดอย่างจริงใจ ไม่มีบังคับใดๆที้งสิ้น จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มดีขึ้นและช่วยให้เราได้ไปจนได้ ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณอีกครั้งครับ 🙏

และแล้วก็ได้มาที่ YC วันแรกที่มาถึง อากาศตอนนั้นดีมากๆ แดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ Bozeman คือมองไปทางไหนก็เขียวไปหมด ที่พักที่ YC จัดให้เป็นโรงแรมที่เป็นระดับ historical นั่นก็คือที่ GGI เป็นที่พักที่บรรยากาศดีมากๆ ครบครันทุกสิ่งอย่างไม่ว่าเป็น ห้องโถงใหญ่ (โซฟาก็ใหญ่ ทีวีก็ใหญ่ ที่นี่มีแต่ใหญ่ๆจริง! มียันเปียโน), Porter house (อันนี้สถานที่โปรดเลย เป็นทั้ง kitchen, game room, cinema, karaoke มียันโต๊ะปิงปอง เวลามีปาร์ตี้ถ้าไม่ outdoor ก็ที่นี่แหละ), Laundry room, ครัวมี 2 ที่ north wing และ south wing, ห้องน้ำ, ห้องอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีให้ครบครันจริงๆ ส่วนนอกอาคารก็เป็นลานหญ้ากว้างๆเหมาะสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ร่มรื่นและสวยงามมากๆ มีมินิมาร์ท มีปั๊มใกล้ๆ มีร้านพิซซ่า และร้านสเต็กที่อร่อยมากๆ หลังที่พักมีสะพานแม่น้ำ Gallatin River ที่น้ำเย็นมากแต่สามารถเล่นได้ ตกปลาก็ได้
ถ้าสายออกกำลังกายก็มีถนนยาวไปจนถึงภูเขาลูกใหญ่ให้วิ่งออกกำลังกายได้ วิวสวยมากๆ แล้วก็มีสนามบาส สนามบอล สนามเด็กเล่นของโรงเรียนในชุมชนนั้นอีกด้วย วิวคือสวย ภูเขารอบทิศ เขียวไปหมด อากาศก็ดีสุดๆ สะอาดมาก คือเป็นโลเคชั่นที่ดีมากๆ เล่าถึงที่ทำงาน จะนิยามว่า YC เป็นโรงแรมก็ไม่ใช่ รีสอร์ทก็ไม่เชิง คือมันเป็นทำนองว่าหมู่บ้านพักตากอากาศของเหล่าเศรษฐีและซุปเปอร์สตาร์ที่ต้องการพักผ่อนหรือทำกิจกรรมส่วนตัวต่างๆ ซึ่งจะส่วนตัวมากๆที่นี่ และมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟหลายสนามมากๆ เส้นทางสำหรับเล่นสกี ก็มีหลากหลายมากๆ มีตั้งแต่สำหรับมือใหม่ จนถึงมืออาชีพที่แข่งขันเป็น tournament ส่วนคนที่ชมปีนป่ายก็มีภูเขาที่ชื่อว่า lone peak ซึ่งสวยและสูงชันมากๆท้าทายให้ต้องไปลองสักครั้ง สระว่ายน้ำ ร้านอาหารต่างๆ แถมยังมีกระเช้าลอยฟ้าสำหรับชมวิวทิวทัศน์อีกด้วย มันคือหมู่บ้านสวรรค์แล้วสำหรับผม
ส่วนเพื่อนร่วมงานก็ต้องบอกตามตรงว่าการที่เราต้องเปลียนทีมทำงานทุกวันทำให้เราได้ทำงานร่วมกับทุกคนก็ต้องมีทั้งดีบ้างและไม่ดีบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วดี ทุกคนเต็มใจที่จะสอนเรามากๆ เขาเข้าใจเหตุผลว่าเรามาทำอะไร เพื่ออะไร เราได้แลกเปลี่ยนอะไรกันเยอะมากๆ ผมได้เพื่อนใหม่ที่ดีเยอะมากๆ พูดจริงๆไม่ได้อวยเลย ที่พูดมาทั้งหมดคือมีแต่ดีๆไม่มีข้อเสียเลย ก็คือมันเป็นแบบนี้จริงๆ ผมก็ไม่ได้คิดนะว่ามันจะดีขนาดนี้ YC คือดีมากๆ มีหยุดพาไปเที่ยว national park ตรวจโควิดประมาณ 5-6 รอบ ฟรีหมด ขนาดกักตัวก็ยังได้ค่าจ้างแถมมีอาหารให้ 3 มื้อ น้ำ นม ผลไม้ ครบ แฟร์กับเรามากจนบางทีคิดว่าแล้วมันแฟร์กับเขาไหมวะ ดีมากจริงๆ

เรื่องเงินก็ต้องบอกตรงๆว่าเรทสูงมากจนไม่มีใครหางานสอง จริงๆ J1 ที่ไปทำ YC ด้วยกันไม่มีใครทำงานสองเลย day off ก็คือใช้เงินกัน ไปเที่ยว ช้อปปิ้ง ใช้จ่ายกันมันส์ุดๆ ส่วนเรื่องเที่ยวหลังจบงานก็ได้ไปหลายที่เลยขอไม่ลงรายละเอียด แต่ประทับใจมากๆ โดยรวมก็ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีมากๆสำหรับผมครับ ไม่มีอะไรที่ต้องรู้สึกว่าเสียใจเลยกับการตัดสินใจมา เป็นประสบการณ์ที่คุณต้องลองด้วยตัวเองจริงๆ
ใครที่กำลังตัดสินใจหรือสนใจโครงการอยู่ ช่วงนี้โควิดระบาดก็อยากให้รอบคอบมากๆนะครับ ทักเข้ามาคุยมาปรึกษาขอข้อมูลกับพี่ๆ ALC ก่อนก็ได้ อันนี้มั่นใจได้เลยไม่มีโกง ปิดบังข้อมูล หรือบังคับกดดันใดๆทั้งสิ้น พี่ๆเขาเต็มใจที่จะคุยด้วยอยู่แล้วครับ ทำความเข้าใจกันก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ 

รีวิว Mount Rushmore KOA at Palmer Gulch Resort, Hill city, Black hill national park, SD
*** Housekeeping ***
Agency: American learning
Rate: $10/hour (ชม ที่40ขึ้น)
Hour: unstable hours/week
House: $60/2weeks

เราต้องขอออกตัวก่อนว่าจากรีวิวนี้ทั้งหมดมันเป็นช่วงโควิด-19 มันอาจจะไม่เหมือนปีอื่น ๆ ที่เขารีวิวมา เกริ่นก่อนว่าพ่อแม่และที่บ้านคือไม่อยากให้มามาก ๆ เพราะโควิดมันรุนแรงจริง ๆ แต่สุดท้ายตัดสินใจมาเอง เพราะหลังจากนี้คงไม่ว่างแล้ว อีกอย่างคือเราโตแล้ว เราอยากตัดสินใจเอง ยอมรับความเสี่ยงนี้ได้แหละ ก็กลัวนะ แต่คงเป็นเพราะวัยรุ่นมันเลยมีความคิดอิกแบบ เช่น โอกาส ประสบการณ์ไรงี้ปะ 55555 สุดท้ายที่บ้านก็ต้องยอม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อแม่คุยไรกะพี่เอเจนซี เขาถึงยอมให้มา 55555
ตอนแรกเราเลือกงานที่ AZ เพราะเรทดี ทั้งบ้านและค่าแรง แต่ต้องเปลี่ยนที่เพราะโควิด เราเลยเลือก KOA ที่ SD เพราะมันเป็นแคมป์ รีสอร์ท บ้านพักไรงี้ เราแบบไม่อยากอยู่ในเมือง เราชอบอุทยาน เรทค่าแรงค่าบ้านมันก็โอเคเลย ยิ่งค่าบ้านถูกมาก ๆ (หอพัก) ตอนกักตัวเขาก็ไม่คิดค่าบ้าน มีอาหารให้บ้าง เราก็ขอให้เขาไปซื้อให้บ้างแล้วแต่เขาสะดวก จะบอกว่ากักตัวคือแห้งเหี่ยวมาก ไม่รู้จะทำไรนอกจากกินและนอน ตื่นเช้ามาดูรถม้า ออกไปเดินนอกแคมป์บ้าง นายจ้างเขาไม่ได้กักแบบจริงจังมากนะ แค่อย่าไปเดินใกล้แขก ให้อยู่หอเดียวกันได้ แค่แยกห้องนอนหรือตามที่เราสะดวก มีทั้งหมด 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ตู้เย็น ตอนแรกอยู่กัน 4 คน ตอนหลังมีพนง.มากอิก 1 คนเป็นชายแมกซิกัน-อเมริกันนิสัยดีมาก ๆ ๆ ๆ ปัญหาเรื่องภาษาเขาช่วยพวกเราได้เยอะเลย และหญิงไทยอีก 1 คนจากเจ้นอื่น

เรื่องงานนะ งานที่ทำคือ Housekeeping ตอนแรกไม่ได้อยากทำ Housekeeping เพราะรีวิวเขาบอกว่ามันเหนื่อย เออ… มันก็เหนื่อยจริง แต่มันเลือกไม่ได้ 5555 แบบว่า 3 วันแรกคือปวดเท้า แต่หลังจากนั้นก็เฉยๆ เพราะเริ่มจัดลำดับความสำคัญของงานได้ ที่นี่งาน Housekeeping คนเยอะสุด เพราะที่พักมันเยอะและมีหลายแบบตั้งแต่ lodge, cabin, tailer or camper or RV เด็กไทยปีนี้มี 4 คนจาก American Learning ตอนหลังมีผู้หญิงไทยมาจากเจ้นอื่น 1 คน (ย้ายมาได้เพราะเขาโดนคุกคามทางเพศ ***อันนี้สำคัญมาก อย่าลืมเรื่องสิทธิของเรา อย่าให้ใครมาคุกคามหรือเอาเปรียบเราได้)
เมืองที่เราไปมันก็ไม่ได้ใหญ่มากนะ แบบบังเอิญมากที่เขามาไฟท์เดียวกันกับพวกเรา 5555 กลับมาเรื่องงานต่อ… เนื่องจากคนมันน้อย หัวหน้าเลยถามเราว่าอยากได้งานเพิ่ม หรือชั่วโมงงานเพิ่มไหม พวกเราก็แน่นอน เอาซิ!!! ปกติจะเริ่มงาน 8 โมงเช้า เลิกงานประมาณ 16.30-17.00 แล้วแต่ว่าทำห้องหมดรึป่าว กลายเป็นว่า ได้งานตอนเช้าเพิ่มคือ laundry เริ่มงาน 7 โมงเช้า ส่วนเลิกงานก็แล้วแต่ว่าห้องเสร็จไหม (ส่วนมากเสร็จบ่าย 2) ถ้าเสร็จก็กลับมาทำ laundry ต่อจนถึง 5 โมงเย็น
เด็กไทยปีนี้ 5 คนได้ทำแค่ที่ lodge เท่านั้น แต่ถ้า cabin คนน้อยหรือทำไม่ทันเขาจะเรียกเราไปช่วยบ้าง cabin นี่ก็มีหลายขนาด ขนาดที่ทำคนเดียวได้ จนถึงต้องใช้ 5-6 คนทำงาน อันนี้พนง.บอกเราเองเลยว่าคนส่วนใหญ่ชอบทำ cabin เพราะเวลาทำเสร็จจะต้องขับรถไปส่งผ้า ไปเอาผ้า ไปเติมของที่ laundry นั่นแหละคือเวลาที่ได้พักเล็ก ๆ น้อย ๆ 555555 แต่ cabin ก็ไม่ได้สบายมากนะ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีแอร์ มันจะร้อน ๆ แถมต้องมีวิทยุติดตัวตลอด คอยฟัง คอยวิ่ง ต่างกับ lodge นี่เราเข้าห้องไหนเราเปิดแอร์กันก่อนตลอด ไม่เคยเหงื่อออกเลยจะบอกงั้นก็ได้ เวลาพักก็มีนะแต่ก็ไม่ค่อยพักหรอก ห้องมันเยอะ ต้องแบ่งห้องกันทำบวกกับรีบทำด้วย front desk จะเดินเช็คบ่อย ๆ
วิธีแอบพักของเราคือ เดินไปหา front desk เนี่ยแหละ ไปเช็คห้อง ไปคุยเล่น ไปกินกาแฟ ห้องที่ lodge มีหลายแบบเหมือนกัน ตั้งแต่ทำคนเดียวได้จนถึงห้องมโหฬารใช้เวลาหมดไป 1 ชม./2คน เป็นห้องที่ไม่อยากให้ check out เลยเพราะในห้องมันมีห้องย่อยอีก เป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 โซนครัวแมร่ง..ใหญ่อย่างกะ cabin แต่ข้อดีงาน housekeeping มันไม่ได้มีแค่ทิปไง บางครั้งแขกเขาก็ให้อาหารเราด้วย เขาจะแยกไว้อย่างดีหรือซีนไว้ในตู้เย็นเขียนป้ายแปะเลย แต่วันไหนรีบก็เข้าห้องไปแล้วโกยทุกอย่างทิ้งหมดจ้า แต่ที่สำคัญ lodge เน้นเรื่องความสะอาด ความละเอียดและงานประณีต ทีนี้ถ้าอยากได้งานอีกก็ไปล้างห้องน้ำรวม (มันคือห้องน้ำของแขกที่มาพักแบบ small cabin หรือ RV ที่ไม่มีห้องน้ำในตัว)
ตอนแรกหัวหน้าจะขับรถไปรับ-ส่ง แต่พอผ่านไปอาทิตย์นึงเขาก็เอาเราไปเทสขับรถทั้งในแคมป์+ออกถนน (ใบขับขี่!!! มันสำคัญมากกกกก แต่ต้องเป็นแบบใหม่ แบบที่มีภาษาอังกฤษหรือ QR code ไม่ต้องไปทำใบขับขี่สากลที่ขนส่งนะ เขาไม่สนใจ+เปลืองเงิน ตอนแรกไม่ได้ทำ ทำไม่ทันเพราะโควิด เครียดมากจะไม่ได้ road trip แต่นายจ้างบอกไม่สน เราก็โอเคเลยดิ สบายใจได้) เด็กไทย 5 คน เรามีใบขับขี่คนเดียว เพราะงั้นเราเลยเป็นคนขับรถดี ๆ นี่เอง 55555 แต่มันดีนะ เราไม่ต้องเดินไปทำงาน ขับไปเอง เวลาไปไหนมันไกลไง ก็ขับไปมาได้ ขับอยู่ 3 เดือน ขับทุกวันไม่คล่องให้มันรู้ไป วัน days off ก็เข้าเมือง น้ำมันฟรี รถฟรี ไม่เคยอยู่บ้านเลยจริง ๆ พวกเด็กไทย
วันสุดท้ายของการทำงานก็คือ check out 50 ห้อง เจ้านายก็ให้เรากลับได้เพราะอีกวันมันไม่มีแขกเข้าแล้ว คือมันหมด summer ไง แต่ด้วย spirit ของเด็กไทย 555555 อยากลองทำดูถึงได้รู้ว่าทำงานเหมือนใช้หนี้มันเป็นอย่างงี้นี่เอง เสร็จอีกทีฟ้ามืด+หิมะตกด้วย เป็นคนชอบหิมะนะ อยากลองขับรถท่ามกลางหิมะดูแต่วันนั้นคือรู้เลยว่าทำไมฝรั่งถึงบอกว่ามันอันตราย ถนนลื่น ทัศนวิสัยคือติดลบไปเลย แต่ก็ดีไง ประสบการณ์ แปลกดี
เราทำงานกันทั้งหมด 6 วันต่อสัปดาห์ ทำไปซักเดือนนึง ทนไม่ไหว ขอเขาทำ 7 วันต่อสัปดาห์ เขาก็ให้นะ 555555 ทำห้องละ 2 คนบ้าง บางทีก็ทำคนเดียว ยิ่งตอนหลังพนง.น้อยลง บางครั้งก็ช่วย front desk เช็คห้อง หรือเป็น QC ให้ front desk หลัง ๆ เราก็ได้งานเพิ่มคือ…watch kids มันคืองานที่ไปนั่งเฝ้าเด็กตามเครื่องเล่น หรือสไลด์เดอ หรือไปช่วยตอนเด็กทำงานศิลปะไรงี้ ที่นี่ไม่มี lifeguard เด็กฝรั่งก็มากสอนเราพูดภาษาอังกฤษด้วยนะ แต่เด็กฝรั่งก็เกรียนจริง ๆ ยกตัวอย่าง เราให้เล่นได้ครั้งละ 10 คน เด็กก็มาบอกว่าคนเมื่อวานให้เข้าได้ 20 คน เราก็เห้ย! อย่ามาโกหก เพราะเมื่อวานแฟนเราคุมตรงนี้ เราบอกแฟนเองว่าให้แค่ 10 คน อย่างเงี้ย เกรียนปะ 55555 ขออวดว่าเคยไปช่วยเด็กที่ติดกลางสไลด์เดอ แขกก็ชมไรงี้ ปลื้มปิติ… เอออออ ลืมงาน laundry อันนี้คือทำเรื่อย ๆ เอาผ้าเข้าเครื่อง ปั่นแห้ง พับผ้า ฟอกผ้า ส่งผ้า ตอนทำงานที่ lodge หรือ cabin ถ้าเราแยกผ้าไม่ดี ทำงานถกผ้าชุ่ย ๆ เราก็จะมาเจอสิ่งที่เราหมกมันไว้หรือทำไว้อิกที พูดง่าย ๆ คือ ผ้าผืนนี้ฉันถก ฉันซัก ฉันพับ ฉันปู (ดันไปรับงานหลายตำแหน่ง 5555) อะมา
สรุปเรื่องงานนะ ทำ laundry, housekeeping, watch kids และอื่น ๆ อีก จำไม่ได้ ทำหลายงานมาก พนง.ทุกคนคือใจดีสุด ๆ ชอบทำอาหารมาแชร์กัน พวกนางชอบกะเพรากับต้มยำกุ้งมาก ๆ เลย แต่แอบน้อยใจที่ว่า เขาไม่เคยเห็นเราเป็นคนไทย เขาชอบเรียกเราว่า Chinese boy บางทีก็ Taiwanese boy พีคสุดคือคนไทยด้วยกันคิดว่าเราเป็นทอมเกาหลี อ่ะว่าไป… นายจ้างก็เอ็นดูพวกเรามาก ให้คูปองไปใช้บ้าง ให้ขนม ให้อาหารไรงี้ แต่ถ้าอยากเที่ยวก็จัดสรรเวลากันเอาเองนะ เพราะรถมีให้ น้ำมันเติมให้ตลอด ใจดีสุด ๆ
ต่อมาขอพูดถึงเจ้านาย (พ่อหมี) เขาใจดีมาก มากแบบ เหมือนพ่ออะ อยากได้ไรก็บอกเขาจะพยายามช่วย พาเราไปซื้อของในเมืองสัปดาห์แรก หลังจากนั้นเหมือนพ่อปล่อยลูกอะ อยากไปไหนก็ไปเอง อยากทำไรก็ทำซิ แต่เป็นห่วงตลอดกลัวน้ำมันหมด 55555 บ้านพักเจ้านายคืออยู่หลังหอเราเลย เขาชอบ hang out ก่อกองไฟหลังบ้าน และทุกคนจะดีใจมากถ้าเด็กไทยมาแจมด้วย แต่เราไปกันแค่อาทิตย์ละครั้ง คือไม่ไหวจริง กว่าจะถึงหอก็ 2ทุ่ม 4ทุ่ม ที่หอเราทำกับข้าวกันเอง ไปซื้อของสดและเก็บไว้ ทำอาหารทีนึงก็เผื่อ ๆ ไปเลย 3 มื้อ ทำตอนเย็น ก็เผื่อเช้าใส่ตู้เย็นไว้ เผื่อกลางวันใส่กล่องกินที่ทำงาน (อันนี้แนะนำ ไม่เสียเวลาทำงาน) บางวันเจ้านายก็ทำอาหารให้กิน คือเขาใจดีอะเอาง่าย ๆ ตัวใหญ่ ขี้เล่น ไม่ถือตัว แต่ในสถานการณ์ที่มันร้ายแรงเขาก็ปกป้องเราได้เช่นกัน 5555
พูดถึงเมือง hill city เป็นเมืองเล็ก ๆ เราขับรถไปบ่อยเวลาเลิกงานแล้วอยากหาไรกิน ขี้เกียจทำ ถ้าใครไปแนะนำให้ลองกินเบอร์เกอร์เนื้อม้า เนื้อกวาง เนื้อควายไบซัน ร้านชื่อ DINER ตรงข้ามโรงเรียนในเมืองนั้นแหละ มีโรงเรียนเดียว อร่อยจริง ส่วนของขึ้นชื่อระแวกนั้น คือ Mount Rushmore National Memorial อยู่เมือง Keystone ข้าง ๆ กันห่างไปประมาณ 6 ไมล์ ขับรถ 15 นาทีจากหน้าแคมป์ (ตอนขับรถไป คนขับและคนนั่งหน้าเท่านั้นที่จะได้เห็นหินรูปประหลาดก่อนถึง Mt Rushmore National Memorial) คือเราโชคดีมาก ๆ ที่พนง.น้อย คนเลยไม่ค่อยใช้รถ วันไหนที่ห้องน้อย ๆ งานไม่ค่อยมีเราจะรีบเลิกเร็ว ๆ ก่อนค่ำแล้วออกมาขับรถเที่ยวกัน หรือออกไปซื้อของกินของใช้ที่เมือง rapid โดยไม่ต้องมีวัน days off เลย
ขอแถมเรื่องการเช่ารถ เพราะเจ้านายบอกปีก่อนเขาเฟลกันมา ของเราคือขับรถตรงดิ่งไปถามบริษัทเช่ารถเลยว่าเราใช้บัตรไทยได้ไหม ต้องใช้อะไรบ้าง เราจองผ่านเว็บไซต์มันมีโปรตลอดทั้งค่ารถ ค่าประกัน (ซื้อไปเถอะ! มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี เพราะนี่บุกป่า ฝ่าทะเลทราย หลงไปในดงภูเขาหิน ขับชนนก หลบเสาหิน 555555) ตำแหน่งรับรถง่ายสุด คือ สนามบิน ไว้ใจได้ แต่ต้องจ่ายภาษีสนามบินเพิ่ม แต่มันจะมีป้ายแปะว่าเราสามารถเข้าอุทยานของรัฐนั้น ๆ ได้ฟรีกี่วันก็แล้วแต่รัฐที่เราเช่ารถ การไปรับรถหรือคืนรถถ้าไปเร็วรถอาจจะยังไม่มาก็รอไป แต่ถ้าไปช้าต้องโทรแจ้ง เช่น ตอนนั้นเราติดหิมะ ขับออกไปไม่ได้ เราก็ต้องโทรไปแจ้งไม่งั้นทางบริษัทจะยกเลิกและไม่คืนมัดจำ คืนช้าก็เช่นกัน ไม่งั้นเสียเงินเพิ่มกันไปยาว ๆ ขอแค่มีเหตุอันสมควรเขาก็อนุโลมได้ สำหรับใครชอบขับรถเร็ว ชอบซิ่ง การขับรถที่ USA คือสวรรค์ของคุณ
เพราะ 55 mph ที่มันขึ้นป้ายนั้นมันไม่มีจริง! รถบรรทุกขับกันได้ถึง 75-80mph การหนีรถบรรทุกคือ 85-95mph ถึงจะรอด การขับรถช้าจะบอกว่าปลอดภัยก็จริง แต่เคยโดนคุณป้าฝรั่งตามมาด่า มาชูนิ้วกลางใส่ บางทีก็ขับมาจ้องหน้าเราแบบเคือง ๆ อันนี้ขำทั้งรถ (55555) อาจจะเพราะรถและถนนทำให้คนที่นั่นเขาขับกันเร็วจริง ๆ ทั้งสมรรถนะของรถที่ให้ออฟชั่นมาแบบไม่กั๊กเหมือนบ้านเราและถนนที่มีความปลอดภัย จากประสบการณ์คือการวูบเกือบหลับ แต่รอดมาได้เพราะรถ ถนน และโชคช่วยจริง ๆ แต่การพักผ่อนให้เพียงพอคือสิ่งที่สำคัญที่สุดจริง ๆ นะสำหรับทุกคนเลย
ส่วนรายได้ หรือทิป หรือโบนัส คือมันก็ไม่ได้เยอะมากเหมือนบางคนที่ไปในสถานการณ์แบบเดียวกัน แต่มันก็เพียงพอต่อการ road trip 4,000 ไมล์ 7 รัฐ 14 วัน ครอบคลุมทั้งค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก ค่ากิน คือแฟนเราไม่ต้องออกเงินเลยแค่เราคนเดียวก็พอ แถมมีเงินเหลือคืนแม่ และยังมีเหลือสำหรับตัวเองด้วย แต่ทริปนี้ก็เฟลบ้างเล็กน้อยเพราะไฟป่ามันลามไปทั่วจริงๆ เสียดายตรงนี้มาก แผนเปลี่ยนไปหมด ถึงได้บอกไงว่ารีวิวนี้มันเป็นเพราะโควิด อย่าเชื่อเต็มร้อย
ถ้าให้คะแนน ขอให้ 8 /10
ขอหัก 2 คะแนนไม่ใช่เพราะงาน ไม่ใช่เพราะ KOA แน่นอน
สุดท้ายเราบอกกับตัวเองได้เลยว่า ตัดสินใจไม่ผิดที่เชื่อใจตัวเอง เราว่าเรื่องร้ายมันคือโควิด แต่เรื่องดีมันคือ “KOA”

สวัสดีครับ ผมชื่อ ธนา หรือชื่อเล่นว่า แซม เป็นชื่อเล่นที่ง่ายต่อการเรียกในอเมริกามากกกครับ ซึ่งผมได้ทำงานที่ Zion Lodge เมืองSpringdale รัฐUtah ปี2020 ช่วงSpring เป็นปีที่ขอเรียกว่า’รุ่นโควิด19’นะครับ ไปช่วงที่โรคโควิดกำลังเริ่มระบาดเลยครับ 555 ถามว่าไปยากใหมตอนผมไปปัญหาโควิด19ยังไม่รุนแรงมากจึงไปได้สบายๆเลยครับ

งั้นมาเข้าเรื่องกันว่าผมไปทำอะไรในZion Lodge ในZion National Park
ผมได้ทำงานในCafe ตำแหน่ง Cashier ครับ แต่4วันก่อนที่ผมจะมาเป็น Cashierเนี้ย ผมก็ได้ทำตำแหน่งอื่นๆ เช่น ทำเบอเกอร์ในครัว ชงกาแฟ เรียงโอเดอร์ ไปเก็บถาดและทิ้งขยะครับ การฝึกงานนั้นรวบรัดมากๆในเวลาเพียงแค่4วันพอเริ่มปรับตัวได้ ก็ได้เจอกับข่าวร้ายว่าสวนฯจะถูกปิดจึงได้เข้าสู่ช่วงกักตัว2เดือนยาวๆเลยละครับ
ในช่วง2เดือนก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆที่ทำงานทั้งหลายโดยไปเที่ยวHiking(เดินเขา) ไปShopping เล่นกีฬาทำให้ได้เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษและได้ย้ายห้องไปอยู่ห้องเดี่ยวแบบว่าได้อยู่ห้องพักสุดสบาย 1เดือนเต็มๆ(ห้องแบบกระทอมของลูกค้าเพราะเรื่องของSocial Distancing)และเที่ยวในสวนธรรมชาติแบบส่วนตัวแบบไร้นักท่องเที้ยวเรียกได้ว่ายึดสวนเลยครับ
ป.ล.Wifi ที่นี่ช้ามากๆช้าสุดๆสำหรับไครที่ติดSocial คงต้องไปห้องสมุดในเมืองSpringที่มีเน็ตลื่นๆแรงๆโดยการนั่งรถหรือรถบัสไปหรือไปเข้าร้านค้าร้านอาหารแทนก็ได้

พอได้เริ่มทำงานในเดือนมิถุนายนเดือนสุดท้ายก็ได้ตำแหน่ง Cashierมาโดยไม่คาดฝัน เป็นต่ำแหน่งที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าที่มาสั่งอาหาร ทอนเงินและได้เจอกับโอเดอร์อาหารนอกเมนูในบางครั้ง เช่นสั่งชีสย่าง (Grilled Cheese) ซึ่งไม่มีในเมนูและต้องคิดราคาแบบอื่นแทนโดยใช้อาหารที่มีราคาใกล้เคียงกับสิ่งที่ลูกค้าสั่งแทน เรียกได้ว่า ‘ของที่ไม่มีในเมนูเราก็ทำขายได้ 555’
เนื่องจากโรคโควิด19 ทำให้ร้านคาเฟ่ต้องเปลี่ยนแปลงระบบการสั่งอาหารของลูกค้าจากเดิมลูกค้าเดินเข้ามาสั่งและรับอาหารภายในร้าน ไปสู่การสั่งอาหารภายนอกร้านโดยการสั่งจากประตูข้างร้านและรับอาหารที่ประตูหน้าร้านแทน และลูกค้าที่มาสั่งจะต้องมีการเว้นระยะห่าง(Social distancing) อีกด้วย
ในการไปทำงานนั้นคุณสามารถเดินไปทำงานได้ใช้เวลาไม่เกิน10นาทีในการเดินจากที่พักหรือปั่นจักรยานไปก็ได้โดยใช้เวลาไม่เกิน5นาทีแล้วแต่จะเลือกเลยครับแบบว่าที่ทำงานมันใกล้มากๆ…
เนื่องจากระยะเวลาเหลือ1เดือนทำให้มีรายได้น้อยกว่าที่คิดไว้แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ
…
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพี่ๆAmerican learning และ สปอนเซอร์ Janusที่คอยช่วยเหลือตั้งแต่ต้นจนจบงานครับ ขอบคุณครับ
