ถาม - ตอบ
1. ระยะเวลาของโครงการ Work and Travel USA กี่เดือน
ตอบ โครงการ Work and Travel USA จะอยู่ในช่วงของการปิดเทอมภาคฤดูร้อน
ซึ่งจะมีระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน และเนื่องจากการร่วมโครงการ Work
and Travel USA ด้วยวีซ่า J-1 ทำให้สามารถอยู่ท่องเที่ยวใน อเมริกาได้อีก1
เดือน
2. เราสามารถร่วมโครงการ Work & Travel USA ได้กี่ครั้ง
ตอบ สามารถ ร่วมโครงการได้ทุกปีในขณะที่ยังเรียนอยู่ในระดับ อุดมศึกษา
3. การคัดเลือกตำแหน่งงานทำอย่างไร
ตอบ
ในขั้นแรกนักศึกษาจะสามารถเลือกลำดับของตำแหน่งงานที่สนใจ แล้วทางผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้คัดเลือกตำแหน่งงานตามคุณสมบัติ และผลการทดสอบภาษาอังกฤษ
โดยให้ความสำคัญกับลำดับของ การสมัครเข้าร่วม โดยผู้สมัครร่วมโครงการก่อน มีสิทธ
์ ที่จะเลือกตำแหน่งงานได้ก่อน เนื่องจาก ต่ำแหน่ง งานมีจำกัด และ มีผู้ต้องการร่วม โครงการ Work and Travel USA ในแต่ละปี มีเป็นจำนวนมาก

4. มีงานอะไรให้ทำและอยู่รัฐไหนบ้าง
ตอบ สถานที่ทำงานที่เปิดรับนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการทำงาน
ช่วงปิดภาคฤดูร้อน มักจะเป็นสถานที่ที่เปิดบริการเป็นฤดูกาล (
Seasonal job) หรือเป็นสถานที่ ที่ต้องการรับนักศึกษาทำงานเป็นการชั่วคราว
งานโดยส่วนมากจะเป็นงานบริการ ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานในสวนสนุก
( Theme park) วนอุทยาน ( National park) สถานที่พักผ่อน ( Resort)
โรงแรม ( Hotel) และร้านค้า (Retail shop)) ตำแหน่งงานในแต่ละสถานที่ทำงานจะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป
อาทิเช่น
สวนสนุก ( Theme park) ได้แก่ Game Operator /Food Service / Ride Operator / Merchandise / Ground / Hostess ( พนักงานทำความสะอาด)
วนอุทยาน ( National park) สถานที่พักผ่อน ( Resort) โรงแรม ( Hotel) เป็นงานในสายการโรงแรมและธุรกิจ ท่องเที่ยว เช่น Front Desk / Food Service / Merchandise / House Keeping / Kitchen / Busser / Prep Cook / Barback
ร้านค้า ( Merchandiser) cashier / Merchandise / information service
ร้านอาหาร ( Fast Food / Food Plaza / Restaurants) มักจะได้รับตำแหน่งเป็น
Crew Member/staff / Cashier
5. จะสามารถได้ตำแหน่งงานเดียวกับเพื่อนหรือไม่
ตอบ
ได้
ในกรณีที่นักศึกษาสมัครเข้ามาเป็นกลุ่ม และตำแหน่งงานนั้นมีจำนวนเพียงพอ
6. สามารถทำงานอื่นนอกเหนือจากงานที่ทำได้หรือไม่
ตอบ ได้ ซึ่งรายละเอียดของแต่ละสถานที่ จะระบุไว้ว่าสามารถทำงานอื่นได้หรือไม่
(Second Job) หรือหากไม่ได้ระบุ ต้องได้รับอนุญาตจากทางนายจ้าง
โดยต้องไม่มีผลกระทบกับงานหลักที่ทำ

7. ระหว่างทำงานจะพักอยู่ที่ไหน
ตอบ ในแต่ละงานทางผู้ว่าจ้างจะมีการจัดเตรียม
หรือแนะนำที่พักให้ (ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่) โดยนักศึกษาจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
(ซึ่งจะได้ในอัตราพิเศษ) ทั้งนี้นักศึกษาสามารถสอบถามเรื่องที่พักได้จากทางโครงการ
ซึ่งหลังจากที่ได้ทราบตำแหน่งงานที่แน่นอนแล้ว
8. ที่พักห่างจากที่ทำงานแค่ไหน เดินทางอย่างไร
ตอบ ที่พักของสถานที่ทำงานแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
บางที่อาจจะมีที่พักอยู่ที่ที่ทำงานเลย แต่บางที่อาจจะห่างออกไปไม่มาก
ซึ่งการเดินทางสามารถเดินทางสามารถเดินทางโดย รถโดยสาร, จักรยาน
เดิน หรือ ทางนายจ้างอาจมีรถรับส่ง
9. หากไม่ชอบที่พักที่ทางผู้ว่าจ้างจัดให้ทำอย่างไร
ตอบ ถ้าต้องการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ สามารถทำได้
แต่ต้องแจ้งให้ทาง โครงการทราบ เพื่อขอแบบฟอร์ม AR11 (แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางสถานที่ที่ทำงานด้วยว่าให้มีการเปลี่ยนที่อยู่ได้หรือไม่)
10. การรับเงินค่าจ้างจะรับด้วยวิธีไหน
ตอบ การรับค่าจ้าง
จะมีอยู่ 2 วิธี คือ เช็ค หรือ โอนเข้าบัญชี ในกรณีที่โอนเข้าบัญชีนักศึกษาจะต้องเปิดบัญชีในละแวกนั้นเพื่อรองรับเงินโอนด้วย
ซึ่งในการจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งผู้ว่าจ้างจะมีใบเสร็จให้ โดยจะแสดงรายละเอียดถึง
รายได้ และ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่หักไว้

11. ควรจะต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายอย่างไร
ตอบ ควรจะเตรียมเงินไว้สำหรับค่าที่พัก และอาหาร
ในช่วง 1 เดือนแรกของการทำงาน (โดยประมาณ 500 USD ) เพราะเนื่องจากผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้หลังจากทำงานแล้ว
2 สัปดาห์
12. การจองตั๋วเครื่องบินทำอย่างไร
ตอบ สามารถจองตั๋วเครื่องบินเอง หรือจะให้ทาง
American Learning เป็นผู้ประสานงานในการ จองตั๋วเครื่องบินให้
เพราะเนื่องจากต้องการให้นักศึกษาได้มีเพื่อนร่วมเดินทาง
13. ถ้าไม่สบายระหว่างอยู่อเมริกาจะทำอย่างไร
ตอบ เนื่องจากโครงการ Work & Travel USA ได้มีค่าประกันสุขภาพรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว
หากผู้สมัครไม่สบายสามารถใช้สิทธิประกันได้ แตต้องแจ้งให้ ประกัน ทำ Pre-approved ่ในการพบแพทย์ครั้งแรก
โดยอาจจะต้องชำระเงินไปก่อน แล้วถึงจะนำใบเสร็จพร้อมแบบฟอร์มการขอคืนเงิน
นำส่งบริษัทประกันเพื่อขอเงินคืน
 |
|