|
|

  |

การได้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel ครั้งนี้ของเราเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะเราได้รับอะไรหลายๆอย่างมากจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น ภาษา มิตรภาพ ความรู้ เงิน
และประสบการณ์ที่รุนแรงซึ่งหาไม่ได้ตามท้องตลาดเราต้องเจอด้วยตัวเอง ที่เราบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่รุนแรงเพราะมันรุนแรงจริงๆทั้งเรื่องดีๆและเรื่องร้ายๆที่เราไม่คาดคิด
เราได้เจอมาหมดแล้วเราคิดว่าเราเป็นคนโชคดีมากที่อะไรไม่ดีมักจะเกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้าเรามองในมุมกลับกันแล้วไอสิ่งที่เราว่าไม่ดีเหล่านั้นแหละที่มันหล่อหลอมให้เรากลายเป็นเราในวันนี้
เรารู้สึกว่าหลังจากเราได้เจอปัญหาต่างๆมาแล้วทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น |
|

เนื่องจากเราอยู่ที่นั้นชีวิตเป็นของเราเองไม่มีใครสามารถช่วยเราได้เราต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเราเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ
ของพ่อแม่ และในอีกทางนึงเวลาเราอยากทำอะไรก็จะไม่มีใครมาบังคับเราเรารูสึกว่ามันอิสระมากๆไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยจริงๆ เรารู้ว่าเราต้องการอะไรถ้าเราต้องการอะไรหรืออยากทำอะไรเราก็จะทำทุก
อย่างเดี๋ยวนั้นเราจะไม่รอเวลาให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์เพราะเรามีเวลาเพียง 3 เดือนๆกว่าเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับอเมริกาทุกเรื่องที่ควรจะรู้เช่น การเดินทางในประเทศเขาว่าเราต้องเดินทางโดยใช้อะไร
มีอะไรบ้าง อะไรประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด กิจกรรมอะไรที่คนอเมริกาทำกันในวันหยุด แหล่งช้อบปิ้งอยู่ที่ไหน การเปิดบัญชีธนาคารเป็นอย่างไร การจองที่พักต้องทำอย่างไร สถานที่ใดน่าสนใจ
อาหารที่มีชื่อของแต่ละสถานที่คืออะไร คอนเสิร์ตที่นั่นมันมากขนาดไหนเป็นต้น

เราก็จะพยายามศึกษาทุกเรื่องที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับเรา เวลาไปเที่ยวเราจะทำPlanก่อนเดินทางทุกครั้งให้
การเดินทางของเราคุ้มค่าที่สุดและประหยัดที่สุด เราไปอยู่กับคนไทยทั้งหมด 30 คน แต่เราคิดว่าเราเที่ยวได้คุ้มที่สุดและใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดเพราะเราทำแผนการเดินทางอย่างดีก่อนเดินทางโดยถามเพื่อนบ้าง
หาจากอินเตอร์เนตบ้าง มันอาจจะน่าเบื่อนิดหน่อยเวลาหาข้อมูลแต่เวลาไปเที่ยวจริงๆเราจะรู้สึกดีมากจริงๆ ตอนไปเที่ยวเราไปพักที่พักแบบInternation Hostal คือไปแชร์ห้องกับเพื่อนต่างชาติอยู่รู้สึกมันมากๆ
เพราะเราไม่เคยเจอมาก่อนมีความรู้สึกเหมือนเป็น Bagpacker ตัวจริงเลย
ด้านภาษามีรุ่นน้องถามเราหลายคนว่าไปแล้วได้ภาษาไหมเราอยากจะบอกได้คำเดียวเลยว่าทุกๆอย่างนั้นขึ้นอยู่กับตัวเราจริงๆ
ถ้าเราพูดมากก็ได้มากถ้ามัวแต่อายชาตินี้ก็ไม่มีทางพูดได้หรอก ตอนแรกๆที่ไปเรามีเพื่อนคนดำเยอะมากภาษาเขาจะออกแนวHIp Hop ซึ่งเราฟังไม่รู้เรื่องเลย เวลาเราพูดหลายครั้งมากๆที่เขาไม่เข้าใจ
เรารู้สึกเสียSelf มากๆเลย ช่วงแรกๆเราแทบไม่กล้าพูดเลยอายมากแต่ด้วยนิสัยขี้เม้า และอยากรู้เรื่องชาวบ้านของเราก็ทำให้เราคิดว่าเราต้องปรับตัว เราจะมานั่งฝึกกับTalking Dict ทุกวันมันช่วยเราได้มากจริงๆ
และแล้วเราก็ประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่นานเราไม่อายที่จะพูดอีกต่อไป เราจะไปฝ่ายไปชวนฝรั่งคุยก่อนด้วยเพราะเราอยากได้ภาษาเขานิ เราให้เขาสอนสแลงมาเยอะมาก
คำไหนเราพูดไม่ได้ก็ไม่ต้องกลัวเลยBody Languageช่วยได้มากๆ

เรื่องที่ทำงานก็มีปัญหานิดหน่อยเนื่องจากเราได้ชั่วโมงน้อยกว่าสัญญามาก แต่ก็เราอ่านสัญญาไม่ดีเองแหละเขาเขียนว่าestimate
35 hours per week แต่พวกเราคิดว่า At least 35 per week แค่คำเดียวเราก็เรียกร้องอะไรไม่ได้แล้วเพราะฉนั้นมันสอนเราให้รู้ว่าเวลาจะเซ็นเอกสารอะไรควรดูให้ดีก่อนจะเซ็น แต่เราเป็นคนขยัน
ทำได้ทุกอย่างไม่ค่อยเกี่ยงงาน เราก็ไปขอ Manager ทำเพิ่มได้ เราได้รูจักกับป้าคนไทยที่นั่นหลายคน ท่านน่ารักมากๆและคอยช่วยเหลือเราเสมอเลยแต่เราก็จะไม่พยายามรบกวนท่าน
เพราะเรามีความคิดว่าเราอุตส่าได้มาที่นี่ทั่งทีเราจะใช้โอกาสนี้ใช้คุ้มค่าที่สุดอยากทำอะไรก็จะทำเอง ยังไม่เคยลองอะไรก็จะลอง
เราได้รู้จักเพื่อนมากมายจากโครงการนี้ทั้งคนไทยและอเมริกา 3 เดือน
ที่พวกเราต้องใช้ชีวิตร่วมกันมันทำให้เราได้เรียนรู้นิสัยคนมากมายมีทั้งคนดีและไม่ดี เวลามีอะไรเราก็จะช่วยเหลือกันนี่แหละนะที่เขาเรียกว่ามิตรภาพจริงๆ ตอนทำงานบางครั้งก็รู้สึกท้อมาก
บางครั้งก็คิดว่าถ้าเราอยู่บ้านเราก็คงไม่ต้องทำอะไรอย่างนี้หรอก แต่มันทำให้เรารู้จักค่าของเงินมากเลยรู้ว่าเงินนะไม่ได้หามาง่ายๆ บางครั้งก็คิดถึงบ้านมากๆเราก็โจะทรมาหาพ่อกับแม่
เรารับรู้ถึงความรู้สึกเลยว่าพ่อแม่เรารักเรามากขนาดไหนท่านจะย้ำกับเราเสมอเลยว่าให้ดูแลตัวเองดีๆผักผ่อนมากๆ ตอนที่ใกล้จะกลับเรารู้สึกดีใจมากๆที่จะได้กลับเมือยงไทยแต่พอวันที่จะกลับสิไม่รู้เป็นอะไร
เราร้องให้กับเพื่อนและป้าๆคนไทยเราทุกคนเวลาที่เรา Say goodbye เรารู้สึกว่าประเทศเรากับอเมริกามันไกลกันมากเลยคงยากมากที่เราจะได้เจอกันอีกแต่เราสัญญากับเพื่อนเรานะว่าถ้าเรามีโอกาสเราจะกลับ
ไปหาเขาอีกแน่นอน
 
วันสุดท้ายที่อเมริกาเรารู้สึกหดหู่มากๆบอกไม่ถูกจนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกอยู่เล็กๆ ทุกครั้งที่เราได้ยินเพลงภาษาอังกฤษบางเพลงเราจะแวบไปถึงช่วงเวลาบางสถานที่ที่เปิดเพลงนั้นบ่อยๆ
เช่นเพลง Beautiful Soul เราจะนึกถึงช่วงเวลาที่เรา Clean Dining room อยู่เราจะรู้สึกคิดถึงมันมากๆเลย สุดท้ายนี้เราอยากจะบอกว่าเราได้อะไรมากมายจากโครงการนี้เยอะมากๆ
ซึ่งเราอาจจะเสียเงินไปนิดหน่อยแต่ถ้าเทียบกับประสบการณ์ของเราแล้วเราว่ามันเทียบกันไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่และรู้จักค่าของเงินขึ้นมากเลย
สำหรับใครที่คิดว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ถ้ามีโอกาสไปเลยมันท้าทายมาก อาจจะลำบากนิดหน่อยแต่เราวัยรุ่นซะอย่างยังไงก็ไหว
แม่เราสอนเราเสมอว่าถ้าเรายังมีไฟอยากทำอะไรให้ทำไปเลยถ้าวันนึงเราอยากทำอะไรซักอย่างแต่ไฟในวันหนุ่มสาวของเรามันได้หมดแล้ว
เราก็จะมานั่งคิดเสียได้ว่าวันนั้นทำไมเราไม่ทำมันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
|
|